วันลาพักผ่อนที่ไม่ได้ใช้ 8,161 วัน ต้องแยกว่าไม่ขอลา หรือขอแล้วไม่ได้
คำตอบเปลี่ยนวิธีแก้ทั้งหมด| กลุ่มพนักงาน | สิทธิรวม (วัน) | ใช้จริง | ไม่ได้ใช้ | อัตราการใช้ | ใบลาที่ถูกปฏิเสธ |
|---|---|---|---|---|---|
| พนักงานสำนักงาน | 4,374 | 3,542 | 832 | 81.0% | 48 |
| พนักงานโรงงาน | 13,808 | 7,684 | 6,124 | 55.6% | 562 |
| พนักงานภาคสนาม | 2,465 | 1,260 | 1,205 | 51.1% | 46 |
| รวม | 20,647 | 12,486 | 8,161 | 60.5% | 656 |
2,458 คน × 8.4 วัน = 20,647 วัน · 3,542 + 7,684 + 1,260 = 12,486 วันที่ใช้จริง = 60.5% · 832 + 6,124 + 1,205 = 8,161 วันที่ไม่ได้ใช้ = 39.5% · มูลค่า 8,161 × ฿978 = ฿7.98M · 48 + 562 + 46 = 656 ใบที่ถูกปฏิเสธ ✓
ลูกจ้างมีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด และนายจ้างมีหน้าที่จัดให้ลูกจ้างได้ใช้สิทธินั้น — การที่ลูกจ้างไม่ได้ใช้สิทธิ 39.5% จึงเป็นเรื่องที่ต้องอธิบายได้ว่าเกิดจากอะไร · ถ้าพนักงานไม่ขอลาเอง เป็นเรื่องที่นายจ้างควรส่งเสริมให้ใช้สิทธิ แต่ถ้าขอแล้วไม่ได้ เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง · ตัวเลขที่บอกได้คือใบลาที่ถูกปฏิเสธ 656 ใบ ซึ่งเทียบกับวันที่ไม่ได้ใช้ 8,161 วันแล้วยังอธิบายได้ไม่หมด ส่วนที่เหลือคือพนักงานที่ไม่ได้ยื่นใบลาเลย ซึ่งอาจเป็นเพราะรู้ว่ายื่นไปก็ไม่ได้ · พนักงานโรงงานใช้สิทธิเพียง 55.6% และเป็นกลุ่มที่ถูกปฏิเสธมากที่สุด 562 ใบ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่ทำล่วงเวลามากที่สุด · สองอาการนี้ชี้ไปที่สาเหตุเดียวกันคือกำลังคนในสายผลิตไม่พอ ทำให้คนที่อยู่ต้องทำล่วงเวลาและลาไม่ได้ · ระบบจึงเริ่มบันทึกว่าใบลาที่ถูกปฏิเสธถูกยื่นใหม่ในภายหลังหรือไม่ ซึ่งจะบอกได้ว่าพนักงานเลิกพยายามเมื่อไร
สองระบบที่วัดเวลาคนละอย่าง ไม่เคยถูกกระทบยอดกัน
| ระบบ | ครอบคลุม | วัดอะไร | ใช้ทำอะไร | ใครกรอก |
|---|---|---|---|---|
| เครื่องบันทึกเวลาเข้าออก | 100% | เวลาที่อยู่ในที่ทำงาน | คิดค่าล่วงเวลาและค่าปรับมาสาย | ระบบบันทึกเอง |
| ใบบันทึกเวลาทำงาน | 58.4% | เวลาที่ทำงานอะไร | ปันต้นทุนโครงการและวัดผลิตภาพ | พนักงานกรอกเอง |
| ส่วนต่างที่ไม่เคยกระทบยอด | 41.6% | เวลาที่อยู่แต่ไม่รู้ว่าทำอะไร | ไม่ถูกใช้ที่ไหน | — |
เครื่องบันทึกเวลาครอบคลุม 100% เพราะเป็นเงื่อนไขของการเข้าออกโรงงาน · ใบบันทึกเวลาครอบคลุม 58.4% ✓ ตรงกับตัวเลขที่ใช้ในหน้า 193 และ 194 ของโมดูล 19 · ส่วนต่าง 41.6% คือเวลาที่ระบบรู้ว่าพนักงานอยู่ แต่ไม่รู้ว่าทำอะไร
สองระบบนี้ต่างกันโดยธรรมชาติและควรต่างกัน เพราะวัดคนละอย่าง — เครื่องบันทึกเวลาวัดว่าอยู่ที่ทำงานกี่ชั่วโมง ใบบันทึกเวลาวัดว่าชั่วโมงเหล่านั้นใช้ทำงานอะไร · ปัญหาไม่ใช่ว่าตัวเลขไม่เท่ากัน แต่คือไม่มีใครเคยเอามาวางข้างกัน · เมื่อวางข้างกันจะเห็นว่ามีเวลา 41.6% ที่ระบบรู้ว่าพนักงานอยู่ที่ทำงานแต่ไม่รู้ว่าทำอะไร ซึ่งไม่ได้แปลว่าพนักงานไม่ทำงาน · ส่วนใหญ่เป็นงานที่ไม่ผูกกับโครงการใด เช่นการประชุม การอบรม การรอวัตถุดิบ และงานธุรการ ซึ่งเป็นงานจริงทั้งหมด · ผลที่ตามมาคือเวลาที่ปันเข้าโครงการต่ำกว่าความจริง ซึ่งหน้า 193 พบว่าทำให้ต้นทุนโครงการต่ำกว่าจริง ฿21.80M · และผลิตภาพที่คำนวณจากใบบันทึกเวลาได้ 94.0% ซึ่งหน้า 194 พบว่าค่าที่ถูกคือ 54.9% · การกระทบยอดสองระบบนี้ไม่ได้ทำเพื่อจับผิดพนักงาน แต่เพื่อให้รู้ว่าเวลาไปอยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้ตัดสินว่าควรจ้างคนเพิ่มหรือควรลดงานที่ไม่จำเป็น
ล่วงเวลาและเพดานตามกฎหมาย 42 คนที่เกินเพดานในบางสัปดาห์
| ข้อกำหนด | เพดานตามกฎหมาย | ที่พบในระบบ | การจัดการของระบบ |
|---|---|---|---|
| ชั่วโมงล่วงเวลาต่อสัปดาห์ | ตามที่กฎหมายกำหนด | 42 คนเกินในบางสัปดาห์ | รายงานทีหลัง ไม่ได้กันไว้ก่อน |
| เวลาพักระหว่างทำงาน | ตามที่กฎหมายกำหนด | ครบทุกกรณี | บันทึกครบ |
| วันหยุดประจำสัปดาห์ | ตามที่กฎหมายกำหนด | ครบทุกกรณี | บันทึกครบ |
| ความยินยอมในการทำล่วงเวลา | ต้องได้รับความยินยอม | มีตอนเข้างานครั้งเดียว | ต้องทบทวน |
การทำงานล่วงเวลามีเพดานที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดไว้ และการทำเกินเพดานเป็นความผิดของนายจ้าง ไม่ใช่ของลูกจ้าง — พนักงาน 42 คนที่ทำเกินในบางสัปดาห์จึงเป็นเรื่องที่บริษัทต้องรับผิดชอบ · ปัญหาที่หนักกว่าคือระบบรายงานเรื่องนี้หลังจากเกิดแล้ว ไม่ได้กันไว้ก่อน ซึ่งต่างจากวิธีที่โมดูล 18 ใช้กับชั่วโมงขับรถ ที่ตัดรอบที่เกินออกจากแผนก่อนเสนอ · เหตุผลที่ทำแบบนั้นในโมดูล 18 แต่ไม่ทำที่นี่ ไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเพราะไม่มีใครเคยตั้งเป็นข้อกำหนด · ระบบสามารถกันการอนุมัติล่วงเวลาที่จะทำให้เกินเพดานได้ทันที และควรทำเช่นนั้น · ความยินยอมในการทำล่วงเวลาที่ลงนามตอนเข้างานครั้งเดียวเป็นเรื่องที่ต้องทบทวนว่าครอบคลุมหรือไม่ เพราะกฎหมายมุ่งคุ้มครองการตัดสินใจของลูกจ้างในแต่ละครั้ง · เรื่องนี้ต้องส่งให้ฝ่ายกฎหมายทบทวนพร้อมกับเรื่องค่าปรับมาสายในหน้า 208 เพราะเป็นเรื่องเดียวกันคือขอบเขตของความยินยอมที่ให้ไว้ครั้งเดียว
การยื่นใบลาและการอนุมัติ 8,642 ใบ · ตอบเฉลี่ย 1.8 วัน
| ประเภทการลา | ใบที่ยื่น | อนุมัติ | ปฏิเสธ | เวลาตอบเฉลี่ย | เหตุผลที่ปฏิเสธมากที่สุด |
|---|---|---|---|---|---|
| ลาพักผ่อนประจำปี | 4,286 | 3,824 | 462 | 2.4 วัน | กำลังคนไม่พอ |
| ลาป่วย | 2,842 | 2,806 | 36 | 0.4 วัน | ไม่มีใบรับรองแพทย์ |
| ลากิจ | 1,286 | 1,142 | 144 | 1.8 วัน | กำลังคนไม่พอ |
| ลาคลอดและลาเพื่อดูแลบุตร | 186 | 186 | 0 | 1.2 วัน | ไม่มี |
| ลาอื่น ๆ | 42 | 28 | 14 | 2.8 วัน | ผสม |
| รวม | 8,642 | 7,986 | 656 | 1.8 วัน |
4,286 + 2,842 + 1,286 + 186 + 42 = 8,642 ใบ ✓ · 3,824 + 2,806 + 1,142 + 186 + 28 = 7,986 ใบที่อนุมัติ = 92.4% · 462 + 36 + 144 + 0 + 14 = 656 ใบที่ปฏิเสธ = 7.6% ✓ · ใบลาที่ปฏิเสธเพราะกำลังคนไม่พอ 462 + 24 = 486 ใบ = 74.1% ของที่ปฏิเสธ
ลาป่วยถูกปฏิเสธเพียง 36 ใบและตอบภายใน 0.4 วัน ซึ่งถูกต้อง เพราะลาป่วยเป็นสิทธิที่ไม่ควรต้องรออนุมัติ — ส่วนที่ปฏิเสธเป็นเรื่องเอกสารประกอบ ไม่ใช่การไม่ให้ลา · ลาคลอดและลาเพื่อดูแลบุตรอนุมัติครบทุกใบ ซึ่งถูกต้องเพราะเป็นสิทธิตามกฎหมายที่ปฏิเสธไม่ได้ · ปัญหาอยู่ที่ลาพักผ่อนประจำปีซึ่งถูกปฏิเสธ 462 ใบและใช้เวลาตอบเฉลี่ย 2.4 วัน ซึ่งนานที่สุดในบรรดาการลาที่วางแผนล่วงหน้าได้ · เวลาตอบที่นานทำให้พนักงานวางแผนไม่ได้ และเป็นเหตุผลหนึ่งที่หลายคนเลิกยื่นใบลา ซึ่งอธิบายส่วนหนึ่งของวันลาที่ไม่ได้ใช้ 8,161 วัน · การปฏิเสธด้วยเหตุผลว่ากำลังคนไม่พอเป็นเหตุผลที่ถูกต้องในทางปฏิบัติ แต่เมื่อเกิดซ้ำถึง 486 ครั้งต่อปี มันไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้าอีกต่อไป · ระบบจึงเริ่มนับจำนวนครั้งที่พนักงานแต่ละคนถูกปฏิเสธ และแจ้งฝ่ายบุคคลเมื่อคนใดถูกปฏิเสธเกิน 3 ครั้งในปีเดียว ซึ่งปีนี้มี 68 คน
สิ่งที่ระบบไม่ทำกับข้อมูลเวลาและการลา ข้อจำกัดที่ตั้งไว้
ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ซึ่งมีเงื่อนไขการเก็บและใช้ที่เข้มกว่าข้อมูลทั่วไป — เหตุผลของการลาป่วยจึงไม่ควรปรากฏต่อหัวหน้างาน ซึ่งจำเป็นต้องรู้เพียงว่าลูกน้องลาป่วยและกลับมาเมื่อไร · ใบรับรองแพทย์ที่แนบมาต้องเก็บในระบบที่ฝ่ายบุคคลเท่านั้นเข้าถึงได้ และมีบันทึกทุกครั้งที่มีการเปิดดู · การใช้จำนวนวันลาประเมินผลงานเป็นเรื่องที่ต้องห้ามไว้ชัด เพราะเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้วและนำไปใช้ง่าย การใช้สิทธิลาตามกฎหมายไม่ใช่ตัวชี้วัดผลงาน และการนับเป็นข้อเสียทำให้พนักงานไม่กล้าใช้สิทธิ · ซึ่งจะยิ่งทำให้วันลาที่ไม่ได้ใช้ 8,161 วันเพิ่มขึ้น · ข้อที่ยังไม่ทำคือการกันการอนุมัติล่วงเวลาที่จะเกินเพดาน ซึ่งเป็นเรื่องกฎหมายและควรทำก่อนข้ออื่น โมดูล 18 ทำแบบนี้กับชั่วโมงขับรถแล้ว และหลักการเดียวกันใช้ได้ที่นี่
ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · วันลาพักผ่อนที่พนักงานไม่ได้ใช้ 8,161 วัน คิดเป็น 39.5% ของสิทธิทั้งหมดและมีมูลค่า ฿7.98M ต้องแยกให้ได้ว่าเป็นเพราะพนักงานไม่ขอลาหรือขอแล้วไม่ได้ · ใบลาที่ถูกปฏิเสธ 656 ใบ มี 486 ใบหรือ 74.1% ที่เหตุผลคือกำลังคนไม่พอ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับค่าล่วงเวลา 13.8% ในหน้า 208 · เครื่องบันทึกเวลาและใบบันทึกเวลาวัดคนละอย่างและไม่เคยถูกกระทบยอดกัน ตัวแรกวัดเวลาที่อยู่ในที่ทำงาน ตัวหลังวัดเวลาที่ทำงานอะไร · พนักงาน 42 คนทำล่วงเวลาเกินเพดานที่กฎหมายกำหนดในบางสัปดาห์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ระบบต้องกันไว้ก่อน ไม่ใช่รายงานทีหลัง