อัตราอุบัติเหตุที่คำนวณผิด ตัวเศษกับตัวหารมาจากคนละขอบเขต
แก้แล้วในหน้านี้| วิธีคิด | ตัวเศษ (ครั้ง) | ตัวหาร (กม.) | ผลลัพธ์ | ถูกหรือผิด |
|---|---|---|---|---|
| ที่ต้นแบบแสดง | 2 | 2,230,630 | 0.09 | ผิด — คนละขอบเขต |
| ตัวหารส่วนที่เป็นของภายนอก | — | 2,049,190 | — | อุบัติเหตุของเขาไม่ถูกนับ |
| ตัวหารส่วนที่เป็นของบริษัท | — | 181,440 | — | คู่กับตัวเศษได้จริง |
| ที่ถูกต้อง | 2 | 181,440 | 1.10 | ถูก |
2 ÷ (2,230,630 ÷ 100,000) = 2 ÷ 22.306 = 0.09 · 2 ÷ (181,440 ÷ 100,000) = 2 ÷ 1.8144 = 1.10 ✓ · 1.10 ÷ 0.09 = 12.2 เท่า
นี่คือความผิดพลาดแบบตัวเศษและตัวหารมาจากคนละขอบเขต ซึ่งตรวจยากเพราะทั้งสองตัวเลขถูกต้องในที่มาของมันเอง — ระยะทางรวม 2,230,630 กิโลเมตรถูกต้อง และอุบัติเหตุ 2 ครั้งก็ถูกต้อง แต่นำมาหารกันไม่ได้ · ผลคือรายงานความปลอดภัยแสดงตัวเลขที่ดีกว่าความจริง 12 เท่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่มักถูกส่งต่อไปยังบริษัทประกันภัยและใช้ต่อรองเบี้ยประกัน หากตัวเลขที่ให้ไปคลาดเคลื่อนขนาดนี้ อาจกระทบความสมบูรณ์ของการเปิดเผยข้อมูลตามกรมธรรม์ · ทางแก้ที่ถูกไม่ใช่การเปลี่ยนตัวหาร แต่คือการรายงานสองตัวแยกกัน อัตราของรถบริษัท 1.10 ครั้งต่อแสนกิโลเมตร และอัตราของผู้ให้บริการภายนอกซึ่งปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเลย · การที่ไม่มีข้อมูลอุบัติเหตุของผู้ให้บริการภายนอกเป็นช่องว่างที่ใหญ่กว่า เพราะรถกลุ่มนั้นวิ่งแทนบริษัท 92% ของระยะทางทั้งหมด และเมื่อเกิดเหตุ ชื่อที่ปรากฏบนข้างรถและบนใบส่งของยังเป็นของบริษัท
ต้นทุนต่อคันต่อปี ฿16.96M ÷ 12 คัน = ฿1.41M ต่อคัน
| รายการ | ทั้งกอง (ล้านบาท) | ต่อคัน (บาท) | ต่อกิโลเมตร (บาท) | แปรตามอะไร |
|---|---|---|---|---|
| เงินเดือนคนขับและผู้ช่วย | 6.34 | 528,333 | 34.94 | ตามจำนวนคน ไม่ใช่ระยะทาง |
| ซ่อมบำรุงและยาง | 2.84 | 236,667 | 15.65 | ตามรอบเวลาเป็นหลัก |
| ค่าเสื่อมราคา | 4.11 | 342,500 | 22.65 | ตามเวลา ไม่ใช่ระยะทาง |
| ประกันภัย | 1.44 | 120,000 | 7.94 | ตามทุนประกันและประวัติ |
| น้ำมันเชื้อเพลิง | 1.81 | 150,833 | 9.98 | ตามระยะทางจริง |
| ภาษีรถและใบอนุญาต | 0.42 | 35,000 | 2.31 | ตามปี |
| รวม | 16.96 | 1,413,333 | 93.47 |
16.96 ÷ 12 = ฿1,413,333 ต่อคันต่อปี ✓ · 16,960,000 ÷ 181,440 กม. = ฿93.47 ต่อกิโลเมตร ✓ ตรงกับหน้า 180 · น้ำมัน 56,700 ลิตร ÷ 12 คัน = 4,725 ลิตรต่อคันต่อปี
มีเพียง ฿1.81M จาก ฿16.96M หรือ 10.7% เท่านั้นที่แปรตามระยะทางจริง — ที่เหลืออีก 89.3% เกิดขึ้นไม่ว่ารถจะวิ่งหรือจอด · ผลคือการลดระยะทางลง 10% แทบไม่ลดต้นทุนกองรถเลย ลดได้เพียง ฿0.18M หรือ 1.1% ของต้นทุนทั้งหมด ซึ่งขัดกับความรู้สึกทั่วไปที่ว่าขับน้อยลงคือประหยัด · สิ่งที่ลดต้นทุนต่อกิโลเมตรได้จริงคือให้รถวิ่งมากขึ้น ไม่ใช่วิ่งน้อยลง เพราะต้นทุนคงที่จะถูกเฉลี่ยบนระยะทางที่มากกว่า ปัจจุบันการใช้รถอยู่ที่ 75.0% ยังมีที่ว่างอีก 1,440 เที่ยวต่อปี · แต่การเพิ่มเที่ยวให้รถบริษัทหมายถึงการดึงงานคืนจากผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งต้องดูว่างานนั้นเป็นระยะสั้นหรือระยะไกล ถ้าดึงงานระยะไกลกลับมา ต้นทุนต่อกิโลเมตรจะดีขึ้นแต่จำนวนเที่ยวที่ทำได้ต่อวันจะลดลง
เพดานชั่วโมงขับตามกฎหมาย สิ่งที่ระบบไม่ให้กดข้าม
| ข้อกำหนด | เพดาน | ที่พบเดือนนี้ | การจัดการของระบบ |
|---|---|---|---|
| ขับติดต่อกันก่อนพัก | 4 ชม. | 3 คนเข้าใกล้เพดาน | ตัดรอบขับที่เกินออกจากแผนก่อนเสนอ |
| เวลาพักขั้นต่ำก่อนขับต่อ | 30 นาที | ครบทุกครั้ง | นับจากเวลาดับเครื่องจริง |
| ชั่วโมงขับรวมต่อวัน | 8 ชม. | ไม่มีรายเกิน | ขยายได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด |
| ใบอนุญาตขับรถชนิดที่ 2 | ต้องไม่หมดอายุ | 2 คนหมดอายุใน 90 วัน | เตือนล่วงหน้าและตัดออกจากแผนเมื่อถึงวัน |
| การตรวจสุขภาพประจำปี | ปีละ 1 ครั้ง | ครบ 24 คน | เป็นเงื่อนไขของการต่ออายุใบอนุญาต |
ชั่วโมงการขับรถเป็นเพดานตามกฎหมาย ไม่ใช่เป้าหมายภายในที่ต่อรองได้ — พ.ร.บ. การขนส่งทางบก 2522 และกฎกระทรวงที่ออกตามความกำหนดให้ผู้ขับรถขนส่งขับติดต่อกันได้ไม่เกินเวลาที่กำหนดและต้องพักตามรอบก่อนขับต่อ การฝ่าฝืนเป็นความผิดของทั้งผู้ขับและผู้ประกอบการขนส่ง · ผลที่หนักกว่าค่าปรับคือเรื่องประกันภัย หากเกิดอุบัติเหตุขณะที่ผู้ขับขับเกินเพดาน บริษัทประกันอาจยกเป็นเหตุปฏิเสธหรือลดความคุ้มครอง และความรับผิดต่อบุคคลภายนอกจะตกกับบริษัทเต็มจำนวน · ระบบจึงตัดรอบขับที่เกินเพดานออกจากแผนก่อนแสดงผล ไม่ใช่แสดงแล้วเตือน และไม่มีสิทธิ์ระดับใดในระบบที่กดข้ามได้ รวมถึงผู้ดูแลระบบสูงสุด · ผู้ขับ 2 คนที่ใบอนุญาตหมดอายุใน 90 วันต้องต่ออายุก่อนวันหมด การขับรถขนส่งโดยใบอนุญาตหมดอายุทำให้การคุ้มครองตามกรมธรรม์มีปัญหาทันที แม้จะขับด้วยความระมัดระวังก็ตาม
สภาพรถรายคัน 12 คัน · เรียงตามระยะทางสะสม
| ทะเบียน | ระยะสะสม (กม.) | ระยะปีนี้ | ค่าซ่อมปีนี้ | สภาพ | รอบตรวจถัดไป |
|---|---|---|---|---|---|
| 70-XXXX กรุงเทพฯ | 58,420 | 16,840 | ฿284,600 | ต้องเฝ้าดู | 12 มิ.ย. 2569 |
| 70-XXXX กรุงเทพฯ | 56,180 | 16,240 | ฿262,400 | ปกติ | 28 มิ.ย. 2569 |
| 70-XXXX กรุงเทพฯ | 54,960 | 15,880 | ฿248,200 | ปกติ | 4 ก.ค. 2569 |
| 70-XXXX กรุงเทพฯ | 53,240 | 15,420 | ฿236,800 | ปกติ | 18 ก.ค. 2569 |
| 70-XXXX กรุงเทพฯ | 51,880 | 14,960 | ฿224,600 | ปกติ | 2 ส.ค. 2569 |
| อีก 7 คัน | %348,760 | %101,700 | %฿1,583,400 | — | — |
| รวม 12 คัน | 623,440 | 181,040 | ฿2,840,000 |
ระยะปีนี้รวม 181,040 กม. ต่างจาก 181,440 ที่ใช้ทั้งโมดูล 400 กม. ซึ่งเป็นระยะวิ่งเปล่าไปเข้าศูนย์บริการ ไม่นับเป็นระยะขนส่ง · ค่าซ่อมรวม ฿2,840,000 ✓ ตรงกับที่แยกไว้ในการ์ดต้นทุน · ระยะสะสมเฉลี่ย 623,440 ÷ 12 = 51,953 กม. ต่อคันใน 3.53 ปี
ทะเบียนรถแสดงเป็น 70-XXXX เพราะเลขทะเบียนจริงเป็นข้อมูลที่ระบุตัวรถและเชื่อมไปถึงผู้ขับได้ — ในต้นแบบที่เปิดให้คนนอกดู การแสดงเลขทะเบียนเต็มไม่มีความจำเป็นต่อการทำงาน · คันแรกที่ค่าซ่อมปีนี้ ฿284,600 สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20.3% ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ควรพิจารณาเปลี่ยน เพราะระยะสะสมเพียง 58,420 กิโลเมตรใน 3.53 ปี ซึ่งต่ำมากสำหรับรถบรรทุก · เกณฑ์การเปลี่ยนรถที่ใช้อายุอย่างเดียวไม่เหมาะกับกองรถที่วิ่งน้อยแบบนี้ รถที่วิ่งปีละ 15,000 กิโลเมตรจะยังมีสภาพดีเมื่อครบ 7 ปีตามอายุบัญชี ซึ่งหมายความว่าอายุการใช้งานทางบัญชีกับอายุใช้งานจริงต่างกันมาก · เรื่องนี้ต้องส่งให้โมดูล 15 บริหารสินทรัพย์ทบทวน เพราะถ้าอายุใช้งานจริงยาวกว่าที่ตั้งไว้ ค่าเสื่อมราคาต่อปีที่บันทึกอยู่ ฿4.11M จะสูงกว่าที่ควรเป็น
สิ่งที่หน้านี้ยังไม่มีข้อมูล ช่องว่างที่ต้องบอกก่อนใช้ตัดสินใจ
ช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดคือไม่มีข้อมูลความปลอดภัยของผู้ให้บริการภายนอกเลย ทั้งที่รถกลุ่มนั้นวิ่งแทนบริษัท 2,049,190 กิโลเมตรต่อปี — เมื่อรถที่ติดชื่อบริษัทบนใบส่งของเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อชื่อเสียงไม่ได้แยกว่าเป็นรถของใคร · การขอข้อมูลนี้ต้องทำผ่านสัญญา ไม่ใช่ผ่านระบบ ปัจจุบันสัญญาขนส่งส่วนใหญ่ยังไม่มีข้อกำหนดให้ผู้ให้บริการรายงานอุบัติเหตุและชั่วโมงขับของผู้ขับตน · ข้อเสนอคือเพิ่มข้อกำหนดนี้เมื่อต่อสัญญารอบถัดไป และให้เป็นเงื่อนไขในการคัดเลือกผู้ให้บริการรายใหม่ ซึ่งต้องทำร่วมกับโมดูล 08 จัดซื้อจัดจ้างและโมดูล 20 กฎหมาย · ระหว่างที่ยังไม่มีข้อมูล หน้านี้จะไม่แสดงอัตราอุบัติเหตุรวมของทั้งการขนส่ง เพราะการแสดงตัวเลขที่คำนวณจากข้อมูลด้านเดียวคือสิ่งที่ทำให้เกิดเลข 0.09 ตั้งแต่แรก
ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · หน้านี้ครอบคลุมเฉพาะรถของบริษัท 12 คัน ไม่รวมรถของผู้ให้บริการภายนอก · อัตราอุบัติเหตุที่แสดงไว้เดิม 0.09 ครั้งต่อแสนกิโลเมตรใช้ตัวหารเป็นระยะทางรวมทั้งหมด 2,230,630 กม. ซึ่งรวมของผู้ให้บริการภายนอกด้วย แต่ตัวเศษนับเฉพาะอุบัติเหตุของรถบริษัท ค่าที่ถูกต้องคือ 1.10 ครั้งต่อแสนกิโลเมตร ต่างกัน 12.2 เท่า · ชั่วโมงขับตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก 2522 เป็นเพดานที่ระบบไม่มีปุ่มให้กดข้าม ไม่ว่าผู้กดจะเป็นใคร · ค่าซ่อมต่อกิโลเมตร ฿15.65 สูงเพราะรถวิ่งเพียง 15,120 กิโลเมตรต่อคันต่อปี ไม่ใช่เพราะรถเสียบ่อย ค่าซ่อมส่วนใหญ่เป็นงานตามรอบเวลา