แผน 3 ปีที่ตั้งเป้าได้เฉพาะปีแรก เพราะการตัดสินใจใหญ่ยังตอบไม่ได้
ไม่ใส่ตัวเลขที่ไม่มีที่มา| ปี | เป้าค่าโลจิสติกส์ | สิ่งที่ทำ | ที่มาของตัวเลข | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| 2569–2570 | 8.05% | ปิดค่าเสียหายที่ระบุสาเหตุได้ ฿5.32M | หน้า 186 · แยกเป็นสี่รายการ | ตั้งเป้าได้ |
| 2570–2571 | — | ตัดสินใจเรื่องกองรถหลังได้ข้อมูล | ยังไม่มี | ยังตั้งไม่ได้ |
| 2571–2572 | — | ดำเนินตามทางที่เลือกในปีที่ 2 | ยังไม่มี | ยังตั้งไม่ได้ |
| ตลอดสามปี | — | เพิ่มการมองเห็นและกระจายความเสี่ยง | ไม่ใช่เป้าตัวเลข | ทำต่อเนื่อง |
362.85 − 5.32 = ฿357.53M ÷ 4,440.00 = 8.05% ✓ ลดจาก 8.17% ได้ 0.12 จุด · ตัวเลข ฿5.32M แยกเป็นอากรที่เสียเกิน 2.86 + ค่าปรับเอกสารช้า 1.42 + ค่าปรับรอตรวจครึ่งหนึ่ง 0.42 + ค่าปรับนัดตู้ 0.62 ✓ ตรงกับหน้า 186
แผนกลยุทธ์ที่ใส่ตัวเลขเป้าหมายครบทั้งสามปีดูน่าเชื่อถือกว่าแผนนี้มาก และนั่นคือปัญหา — เป้าปีที่ 2 และ 3 ของงานโลจิสติกส์ขึ้นกับการตัดสินใจเรื่องกองรถ ซึ่งสองทางเลือกให้ผลตรงข้ามกันสิ้นเชิง · ถ้าอัตราวิ่งเปล่าของผู้ให้บริการต่ำกว่า 20% แปลว่ารถบริษัทแพงกว่า ทางที่ถูกคือลดกองรถและจ้างข้างนอกมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มค่าใช้จ่ายที่จ่ายออกแต่ลดต้นทุนรวม · ถ้าสูงกว่า 20% แปลว่ารถบริษัทถูกกว่า ทางที่ถูกคือเพิ่มการใช้รถและอาจซื้อเพิ่ม ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนและเพิ่มคน · สองทางนี้ต่างกันทั้งทิศทางเงิน ทิศทางกำลังคน และตัวเลขเป้าหมาย การเขียนเป้าเดียวครอบทั้งสองทางจึงเป็นไปไม่ได้ · สิ่งที่แผนนี้ทำแทนคือระบุให้ชัดว่าต้องรู้อะไรก่อนถึงจะตั้งเป้าได้ และข้อมูลนั้นได้มาเมื่อไร ซึ่งคือการเจรจาต่อสัญญารอบหน้า · แผนที่บอกว่ายังไม่รู้ ใช้ตัดสินใจได้ดีกว่าแผนที่เดาแล้วเขียนให้ครบ
สิ่งที่เสนอให้ทำและไม่เสนอ แยกตามว่ามีข้อมูลรองรับหรือไม่
| ข้อเสนอ | เงินลงทุน | ผลต่อปี | มีข้อมูลรองรับหรือไม่ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| ระบบเตือนเอกสารถิ่นกำเนิดล่วงหน้า | ฿0.00M | +฿4.28M | มี — หน้า 185 | เสนอ |
| เจรจาต่อสัญญาขอข้อมูล 5 เรื่อง | ฿0.00M | — | มี — หน้า 186 | เสนอ |
| เผื่อวันฟรีตู้ตั้งแต่จองเรือ | ฿0.00M | +฿0.42M | มี — หน้า 184 | เสนอ |
| หาผู้ให้บริการรายที่สี่ ให้งาน 10% | ฿0.00M | −฿1.20M | มี — ความเสี่ยงกระจุกตัว 43.9% | เสนอ |
| ซื้อรถบรรทุกเพิ่ม | — | — | ไม่มี | ไม่เสนอ |
| เลิกใช้รถบริษัททั้งหมด | — | — | ไม่มี | ไม่เสนอ |
ผลรวมของข้อเสนอที่มีข้อมูลรองรับ 4.28 + 0.42 − 1.20 = +฿3.50M ต่อปี · ต่างจากเป้าปีที่ 1 ที่ ฿5.32M เพราะเป้านั้นรวมค่าปรับนัดตู้ ฿0.62M และค่าปรับเอกสารช้า ฿1.42M ซึ่งนับซ้อนอยู่ใน ฿4.28M แล้ว · เงินลงทุนใหม่ทั้งสี่ข้อเสนอ = ฿0.00M
ข้อเสนอที่สี่เป็นข้อเดียวที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ฿1.20M ต่อปี และเสนอทั้งที่รู้ว่าแพงขึ้น — เพราะเป็นการจ่ายเพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการรายเดียวถือ 43.9% ของงานและ 6,291 เที่ยวต่อปี · ถ้ารายนั้นหยุดให้บริการกะทันหัน ไม่มีรายไหนรับงานเพิ่มได้ทันในระยะสั้น ค่าเสียหายจากการหยุดส่งมอบหนึ่งสัปดาห์สูงกว่า ฿1.20M มาก · ความเสี่ยงนี้ไม่ได้อยู่ในทะเบียนความเสี่ยงของโมดูล 21 เลย ซึ่งควรส่งไปเพิ่ม · สองข้อสุดท้ายที่ไม่เสนอ เป็นการไม่เสนอโดยตั้งใจ ไม่ใช่เพราะยังคิดไม่เสร็จ ทั้งสองเป็นการตัดสินใจที่ผูกเงินและกำลังคนหลายปี และข้อมูลที่จำเป็นจะได้มาภายในไม่กี่เดือนจากการเจรจาต่อสัญญา · การรอไม่กี่เดือนเพื่อให้ตัดสินใจถูกทาง ถูกกว่าการตัดสินใจผิดทางแล้วแก้ทีหลังมาก เพราะรถบรรทุกมีอายุใช้งานทางบัญชี 7 ปี
ห้าเสาหลักของแผนโลจิสติกส์ สิ่งที่ทำต่อเนื่องโดยไม่ผูกกับการตัดสินใจเรื่องกองรถ
| เสาหลัก | วันนี้ | เป้าปีที่ 3 | ขึ้นกับการตัดสินใจเรื่องกองรถหรือไม่ |
|---|---|---|---|
| ความสามารถในการเห็นของตลอดทาง | 56.9% | 85% | ไม่ขึ้น |
| ค่าเสียหายที่ระบุสาเหตุได้ | ฿6.10M | ฿0.78M | ไม่ขึ้น |
| ตัวชี้วัดที่ใช้ตัวหารถูกต้อง | 100% | 100% | ไม่ขึ้น |
| สัดส่วนของผู้ให้บริการรายใหญ่สุด | 43.9% | ≤35% | ไม่ขึ้น |
| ต้นทุนต่อกิโลเมตร | ยังตอบไม่ได้ | ยังตั้งไม่ได้ | ขึ้นทั้งหมด |
เสาหลักสี่ในห้าไม่ขึ้นกับการตัดสินใจเรื่องกองรถ จึงเริ่มได้ทันทีโดยไม่ต้องรอข้อมูล · ค่าเสียหายเป้าปีที่ 3 ฿0.78M = 6.10 − 5.32 คือส่วนที่แก้ไม่ได้ ✓ ตรงกับหน้า 186
เสาหลักที่ห้าคือต้นทุนต่อกิโลเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้บริหารถามบ่อยที่สุดและเป็นตัวเดียวที่ยังตอบไม่ได้ — การเขียนไว้ว่า "ยังตั้งไม่ได้" ในเอกสารกลยุทธ์เป็นเรื่องที่อธิบายยากในที่ประชุม แต่ตรงกับความจริง · อีกสี่เสาหลักไม่ขึ้นกับเรื่องกองรถเลย จึงเริ่มได้ทันทีและวัดผลได้ภายในปีแรก ซึ่งเป็นเหตุผลที่แผนนี้ยังใช้งานได้แม้จะขาดเป้าที่สำคัญที่สุดไปหนึ่งตัว · เป้าการมองเห็นของตลอดทางจาก 56.9% เป็น 85% ไม่ใช่ 100% ด้วยเหตุผลเดียวกันกับเรื่องอัตราอัตโนมัติ ผู้ให้บริการรายเล็กบางรายไม่มีระบบติดตามและการบังคับจะทำให้ต้นทุนสูงกว่าประโยชน์ · เป้าสัดส่วนผู้ให้บริการรายใหญ่สุดไม่เกิน 35% เป็นเป้าที่ตั้งจากความเสี่ยง ไม่ใช่จากต้นทุน และจะทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้นเล็กน้อยตามที่ระบุไว้ในข้อเสนอ · เป้ารายงานคาร์บอนให้ครบทั้ง Scope 1 และ Scope 3 ยังไม่เริ่ม เพราะต้องรอข้อมูลชุดเดียวกับที่ใช้ตัดสินใจเรื่องกองรถ จึงเป็นเสาหลักที่ได้ประโยชน์จากการเจรจาต่อสัญญาด้วย
ถ้าได้ข้อมูลแล้วจะเกิดอะไรขึ้น สองทางที่ตรงข้ามกันสิ้นเชิง
| ถ้าอัตราวิ่งเปล่าของผู้ให้บริการ | ต้นทุนต่อกิโลเมตร | ข้อสรุป | สิ่งที่ควรทำ | ผลต่อกำลังคน |
|---|---|---|---|---|
| ต่ำกว่า 20% | ภายนอกถูกกว่า | รถบริษัทแพงกว่า | ลดกองรถลงตามรอบการเปลี่ยน | ลดคนขับตามธรรมชาติ |
| สูงกว่า 20% | รถบริษัทถูกกว่า | รถบริษัทคุ้ม | เพิ่มการใช้รถ ใช้ความจุที่ว่าง 1,440 เที่ยว | อาจต้องเพิ่มคน |
| ใกล้เคียง 20% | เท่ากันโดยประมาณ | ไม่มีข้อได้เปรียบชัดเจน | คงสภาพเดิม เน้นลดเที่ยวกลับเปล่า | เท่าเดิม |
จุดพลิกอยู่ที่อัตราวิ่งเปล่าของผู้ให้บริการประมาณ 20% เพราะที่อัตรานั้น ต้นทุนต่อกิโลเมตรของทั้งสองฝั่งใกล้เคียงกันที่ ฿54.98 และ ฿58.15 ตามที่คำนวณไว้ในหน้า 186 · ตัวเลข 20% เป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อมูล จึงต้องวัดจริงก่อน
ตารางนี้ไม่ได้บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่บอกว่าคำถามเดียวที่ยังไม่มีคำตอบ ตัดสินทิศทางของแผนทั้งหมด — ซึ่งเป็นเหตุผลที่การเก็บข้อมูลนี้ควรเป็นงานที่สำคัญที่สุดของโมดูลในปีแรก แม้จะไม่มีเงินติดอยู่กับมันโดยตรง · ทางที่สามที่ใกล้เคียงกันเป็นทางที่มีโอกาสเกิดสูงพอสมควร และเป็นทางที่ตัดสินใจยากที่สุด เพราะไม่มีข้อได้เปรียบชัดเจนให้ยึด · ในกรณีนั้นสิ่งที่ควรทำคือเน้นลดเที่ยวกลับเปล่าของรถบริษัทจาก 70% ลงมา ซึ่งได้ผลไม่ว่าทางไหนจะถูก เพราะลดต้นทุนต่อกิโลเมตรของฝั่งเราเองโดยตรง · การหาสินค้าขากลับต้องอาศัยการทำงานร่วมกับฝ่ายจัดซื้อ เพราะสินค้าขากลับที่ดีที่สุดคือวัตถุดิบที่บริษัทต้องรับเข้ามาอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันจ้างขนส่งแยกต่างหากที่ ฿56.32M ต่อปี · ข้อสังเกตนี้เป็นสิ่งที่เห็นได้ก็ต่อเมื่ออ่านค่าขนส่งขาเข้าและขาออกในหน้าเดียวกัน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนมีโมดูลนี้
สิ่งที่โมดูล 18 ปิดช่องว่างให้ระบบ สรุปสิบหน้าของโมดูลนี้
โมดูลนี้พบข้อผิดพลาดในตัวเลขที่มีอยู่แล้วหกจุด และทั้งหกจุดไม่ได้เกิดจากการคำนวณผิด — ทุกจุดเกิดจากตัวเศษกับตัวหารมาจากคนละขอบเขต หรือจากการใช้ชื่อเดียวกันเรียกสิ่งที่วัดคนละอย่าง · รูปแบบนี้ตรวจยากกว่าการคำนวณผิด เพราะตัวเลขทุกตัวถูกต้องในที่มาของมันเอง และจะเห็นก็ต่อเมื่อนำมาวางข้างกันในหน้าเดียว · สามเรื่องที่ยังไม่ปิดต้องแก้ที่โมดูลอื่น ไม่ใช่ที่นี่ เพราะเจ้าของตัวเลขอยู่ที่นั่น การแก้เฉพาะที่นี่จะทำให้เกิดตัวเลขสองชุดซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่โมดูลนี้พยายามแก้ · สิ่งที่โมดูลนี้ไม่ได้ทำคือเพิ่มตัวเลขใหม่เข้าระบบ ค่าขนส่งเคยเป็นแถวหนึ่งในตารางของฝ่ายการเงิน และรถบรรทุกเคยเป็นบรรทัดหนึ่งในทะเบียนสินทรัพย์ ทั้งสองมีอยู่แล้วแต่ไม่เคยถูกอ่านคู่กัน
ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · แผนนี้ตั้งเป้าเป็นตัวเลขได้เฉพาะปีที่ 1 ที่ ฿5.32M หรือ 0.12 จุดของรายได้ ส่วนปีที่ 2 และ 3 ระบุเป็นเงื่อนไขว่าต้องเก็บข้อมูลอะไรก่อน ไม่ใช่ใส่ตัวเลขประมาณเพื่อให้แผนดูสมบูรณ์ · การตัดสินใจที่ใหญ่ที่สุดคือจะขยายหรือลดกองรถของบริษัท ซึ่งยังตอบไม่ได้ เพราะสามวิธีวัดในหน้า 186 ให้คำตอบที่ขัดกันเอง และตัวแปรชี้ขาดคืออัตราวิ่งเปล่าของผู้ให้บริการซึ่งไม่มีข้อมูลเลย · ข้อเสนอกระจายผู้ให้บริการมีต้นทุนเพิ่ม ฿1.20M ต่อปี ไม่ใช่การประหยัด เป็นการจ่ายเพื่อลดความเสี่ยงกระจุกตัว 43.9% ที่ผู้ให้บริการรายเดียว · ตัวเลขที่มีป้าย F เป็นการคาดการณ์ และการอนุมัติลงทุนเป็นของคณะกรรมการ ไม่ใช่ AI