TSCWORLD AI AI-Powered Enterprise OS

Logistics AI Command Center

180

ค่าขนส่งและโลจิสติกส์ ฿345.89M ต่อปี · 18,650 เที่ยวส่ง — ถึงมือลูกค้าทันกำหนด 91.8% ไม่ใช่ 95.6% ที่โมดูลผลิตแสดง

โมดูล 18โลจิสติกส์ 9
Live
ค่าโลจิสติกส์ต่อปี
0ล้านบาท
5 เดือน ฿144.12M
7.8% ของรายได้ · ตรงกับหน้า 85
ถึงมือลูกค้าทันกำหนด
0%
ต่างกัน 3.8 จุด
โมดูล 07 แสดง 95.6% ซึ่งวัดคนละอย่าง
เที่ยวส่งขาออกต่อปี
0เที่ยว
↑ 8.4%
รถบริษัท 4,320 · ภายนอก 14,330
ระยะทางรวมต่อปี
0ล้าน กม.
เฉลี่ย 119 กม./เที่ยว
รถบริษัท 181,440 · ภายนอก 2,049,190
เวลาส่งเฉลี่ยถึงลูกค้า
0วัน
↓ 0.3 วัน
นับจากออกจากคลังถึงลงชื่อรับ
คาร์บอนจากรถบริษัท
0tCO₂e
ต้องเพิ่ม
ยังไม่อยู่ใน Scope 1 · ภายนอกอีก ≈1,844.3 (Scope 3)

การกระทบยอด OTD กับโมดูลการผลิต ตัวเลขสองตัวที่ชื่อเหมือนกันแต่วัดคนละช่วง

ต้องแยกให้ชัดทั้งสองหน้า
ตัวชี้วัดค่าที่วัดได้ช่วงที่วัดเจ้าของตัวเลขสิ่งที่มองไม่เห็น
ออกจากโรงงานทันกำหนด95.6%จากคำสั่งผลิตถึงของออกจากประตูโรงงานหน้า วางแผนผลิต (โมดูล 07)ทุกอย่างหลังของออกจากโรงงาน
ออกจากคลังทันกำหนด94.7%จากใบสั่งขายถึงของขึ้นรถหน้า หยิบและบรรจุ (โมดูล 09)เวลาบนถนนและการรับของ
ถึงมือลูกค้าทันกำหนด91.8%จากใบสั่งขายถึงลูกค้าลงชื่อรับหน้านี้ (โมดูล 18)— ครอบคลุมทั้งเส้นทาง
ส่วนต่างที่เกิดระหว่างทาง3.8 จุดตั้งแต่ของออกจากโรงงานถึงลูกค้ารับไม่เคยมีเจ้าของ

95.6% − 91.8% = 3.8 จุด ✓ คิดเป็น 709 เที่ยวต่อปีที่ออกจากโรงงานทันแต่ถึงลูกค้าไม่ทัน (18,650 × 3.8%) · 94.7% − 91.8% = 2.9 จุด เป็นส่วนที่เกิดหลังของขึ้นรถแล้ว

ตัวเลขทั้งสามถูกต้องในบริบทของตัวเอง ปัญหาคือทั้งสามถูกเรียกว่า OTD เหมือนกัน — เมื่อผู้บริหารเห็น 95.6% บนหน้าผลิต จึงเข้าใจว่าลูกค้าได้ของทันกำหนด 95.6% ซึ่งไม่ใช่ · 709 เที่ยวต่อปีที่หายไปในส่วนต่างนี้คือเที่ยวที่ลูกค้ารู้สึกว่าช้า แต่ไม่มีหน้าจอไหนแสดง เพราะฝ่ายผลิตปิดงานเมื่อของออกจากประตู และฝ่ายคลังปิดงานเมื่อของขึ้นรถ · ทางแก้ไม่ใช่เปลี่ยนตัวเลขของหน้าอื่น แต่ต้องติดป้ายกำกับให้ครบทั้งสามหน้าว่าวัดถึงจุดไหน และให้หน้านี้เป็นเจ้าของตัวเลขที่ลูกค้ารู้สึกจริง · เมื่อรายงานต่อผู้บริหารหรือลูกค้า ต้องใช้ 91.8% เสมอ การใช้ 95.6% กับลูกค้าเป็นการรายงานที่ทำให้เข้าใจผิด แม้ตัวเลขนั้นจะถูกในระบบของฝ่ายผลิต

ค่าโลจิสติกส์แยกตามประเภท ฿345.89M ต่อปี · กระทบยอดกับหน้า 85

345.89 ล้านบาทต่อปี
  • ขนส่งขาออกในประเทศ143.00 (41.3%)
  • ค่าระวางส่งออกต่างประเทศ98.45 (28.5%)
  • ขนส่งขาเข้าวัตถุดิบ56.32 (16.3%)
  • พิธีการศุลกากรและค่าธรรมเนียม24.18 (7.0%)
  • ขนถ่ายและคลังภายนอก23.94 (6.9%)

143.00 + 98.45 + 56.32 + 24.18 + 23.94 = ฿345.89M ✓ · 41.3 + 28.5 + 16.3 + 7.0 + 6.9 = 100.0% ✓ · ตรวจกลับกับหน้า 85: 345.89 × 5/12 = ฿144.12M ✓ ตรงกับตัวเลข 5 เดือนที่หน้านั้นแสดง

ก้อนนี้อยู่ภายในต้นทุนขายอยู่แล้ว ห้ามนำไปบวกทับต้นทุนขายอีก — หน้า 85 ได้ทำเครื่องหมายดอกจันไว้ที่แถวนี้ด้วยเหตุผลเดียวกัน การบวกซ้ำจะทำให้ค่าใช้จ่ายรวมสูงเกินจริง · ค่าระวางส่งออก ฿98.45M คิดเป็น 28.5% ซึ่งสูงกว่าที่คาดสำหรับบริษัทที่ส่งออกไม่ถึงหนึ่งในสามของยอดขาย เป็นจุดที่ควรตรวจว่าเงื่อนไขการส่งมอบระหว่างประเทศระบุให้ผู้ขายรับผิดชอบค่าระวางในสัญญาไหนบ้าง เพราะถ้าเปลี่ยนเงื่อนไขได้ ค่าใช้จ่ายก้อนนี้จะย้ายไปอยู่ฝั่งผู้ซื้อ · ตัวเลขทั้งหมดเป็นค่าจ่ายออกภายนอก ไม่รวมต้นทุนรถและคนของบริษัทเอง ซึ่งอยู่ในการ์ดถัดไป

ต้นทุนที่แท้จริงของรถบริษัท ฿16.96M ต่อปี — ไม่ได้อยู่ในก้อน ฿345.89M

รายการต่อปี (ล้านบาท)อยู่ในบัญชีไหนทำไมจึงมองไม่เห็น
เงินเดือนคนขับและผู้ช่วย 24 คน6.34เงินเดือนและสวัสดิการอยู่ในยอดรวม ฿349.28M ของหน้า 85
ซ่อมบำรุง ยาง และประกันภัย4.28ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาปนกับค่าซ่อมเครื่องจักร
ค่าเสื่อมราคารถ 12 คัน4.11ค่าเสื่อมราคา฿28.80M ÷ 7 ปี · ตรงกับ AST-02486
น้ำมันเชื้อเพลิง 56,700 ลิตร1.81ค่าใช้จ่ายในการขายกระจายรวมกับค่าน้ำมันรถคันอื่น
ภาษีรถและใบอนุญาต0.42ค่าใช้จ่ายดำเนินงานยอดเล็กจนไม่ถูกแยก
รวมต้นทุนจริงของรถบริษัท16.96

6.34 + 4.28 + 4.11 + 1.81 + 0.42 = ฿16.96M ต่อปี ✓ · ค่าเสื่อม 28.80 ÷ 7 ปี = ฿4.11M ✓ ตรงกับราคาทุนของ AST-02486 ในทะเบียนสินทรัพย์ · น้ำมัน 181,440 กม. ÷ 3.2 กม./ลิตร = 56,700 ลิตร × ฿32 = ฿1.81M ✓ · รวมค่าโลจิสติกส์ที่แท้จริง 345.89 + 16.96 = ฿362.85M = 8.2% ของรายได้

ค่าโลจิสติกส์ที่แท้จริงคือ ฿362.85M หรือ 8.2% ของรายได้ ไม่ใช่ 7.8% ที่หน้า 85 แสดง — ส่วนต่าง 0.4 จุดคือต้นทุนรถของบริษัทเองที่กระจายอยู่ในห้าบัญชีคนละหมวด · นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดทางบัญชี การลงบัญชีแบบนี้ถูกต้องตามหลักการจัดประเภทค่าใช้จ่าย แต่ทำให้ผู้บริหารมองไม่เห็นต้นทุนรวมของกิจกรรมเดียวกัน · ผลคือทุกครั้งที่ถามว่า "ควรใช้รถตัวเองหรือจ้างข้างนอก" คำตอบจะเอนไปทางจ้างข้างนอกโดยอัตโนมัติ เพราะฝั่งจ้างมีตัวเลขก้อนเดียวที่เห็นชัด ส่วนฝั่งรถตัวเองต้องไล่เก็บจากห้าที่ · การ์ดนี้จึงไม่ได้เสนอให้เปลี่ยนวิธีลงบัญชี แต่เสนอให้มีรายงานต้นทุนตามกิจกรรมคู่ขนานไปกับงบการเงิน

รถบริษัทหรือจ้างข้างนอกถูกกว่า คำตอบกลับด้านเมื่อเปลี่ยนตัวหาร

วิธีวัดรถบริษัทผู้ให้บริการภายนอกผลที่อ่านได้
จำนวนเที่ยวต่อปี4,32014,330รวม 18,650 เที่ยว
ระยะทางเฉลี่ยต่อเที่ยว42 กม.143 กม.ต่างกัน 3.40 เท่า
ต้นทุนรวมต่อปี฿16.96M฿143.00Mคนละฐานการวัด
ต้นทุนต่อเที่ยว฿3,926฿9,979รถบริษัทถูกกว่า 60.7%
ต้นทุนต่อกิโลเมตร฿93.5฿69.8รถบริษัทแพงกว่า 33.9%

ต่อเที่ยว 16,960,000 ÷ 4,320 = ฿3,926 · 143,000,000 ÷ 14,330 = ฿9,979 · 1 − 3,926 ÷ 9,979 = 60.7%
ต่อกิโลเมตร 16,960,000 ÷ 181,440 = ฿93.5 · 143,000,000 ÷ 2,049,190 = ฿69.8 · 93.5 ÷ 69.8 = 1.34 เท่า

ทั้งสองบรรทัดคำนวณถูก แต่ตอบคนละคำถาม และถ้าเลือกบรรทัดเดียวไปเสนอ จะได้ข้อสรุปตรงข้ามกันสนิท — ต้นทุนต่อเที่ยวเหมาะกับการตอบว่า "ส่งของหนึ่งครั้งเสียเท่าไร" ส่วนต้นทุนต่อกิโลเมตรเหมาะกับ "ขนของหนึ่งกิโลเมตรเสียเท่าไร" · เหตุที่รถบริษัทแพงกว่าต่อกิโลเมตร เพราะวิ่งงานระยะสั้นในเมืองซึ่งมีต้นทุนคงที่ต่อกิโลเมตรสูงตามธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะบริหารแย่กว่า · ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ รถบริษัทควรวิ่งงานระยะสั้นที่ต้องการความยืดหยุ่นและงานที่มีลูกค้ารายเดิมซ้ำ ๆ ส่วนงานระยะไกลควรจ้างข้างนอก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำอยู่แล้วโดยไม่ได้ตั้งใจ · ระบบจึงห้ามแสดงตัวเลขต่อเที่ยวเดี่ยว ๆ โดยไม่มีระยะทางเฉลี่ยกำกับ เพราะเป็นตัวเลขที่ชวนให้สรุปผิดมากที่สุดในโมดูลนี้

ขอบเขตอำนาจในงานโลจิสติกส์ สิ่งที่ AI ทำเองได้และไม่ได้

การกระทำระดับที่อนุญาตผู้รับผิดชอบตามกฎหมายสถานะ
จัดเส้นทางและรวมเที่ยวส่งLEVEL B — เสนอ คนกดยืนยันผู้จัดการฝ่ายโลจิสติกส์ ใช้งานอยู่
เลือกผู้ให้บริการจากรายชื่อที่อนุมัติแล้วLEVEL C — เสนอพร้อมเหตุผลผู้จัดการฝ่ายโลจิสติกส์ ใช้งานอยู่
แจ้งลูกค้าเมื่อคาดว่าจะส่งช้าLEVEL C — ร่างข้อความ คนส่งฝ่ายบริการลูกค้า ใช้งานอยู่
ปรับตารางคนขับLEVEL D — ผ่านเพดานชั่วโมงขับก่อนผู้จัดการฝ่ายขนส่ง บังคับเพดาน
สั่งจ้างผู้ให้บริการขนส่งLEVEL E — คนอนุมัติเท่านั้นผู้มีอำนาจลงนามตามวงเงิน ห้าม AI ทำเอง
ลงนามใบขนสินค้าต่อกรมศุลกากรLEVEL E — คนอนุมัติเท่านั้นตัวแทนออกของที่ได้รับอนุญาต ห้าม AI ทำเอง

ใบขนสินค้าต้องลงนามโดยตัวแทนออกของที่ได้รับอนุญาตจากกรมศุลกากรเท่านั้น — ข้อความในใบขนเป็นการสำแดงต่อเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ. ศุลกากร 2560 ผู้ลงนามรับผิดชอบความถูกต้องของพิกัดอัตราศุลกากร ราคาศุลกากร และถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นการส่วนตัว ระบบจึงเตรียมร่างและตรวจความครบถ้วนได้ แต่ส่งข้อมูลเข้าระบบศุลกากรแทนคนไม่ได้ · ตารางคนขับต้องผ่านเพดานชั่วโมงขับตามกฎหมายก่อนเสมอ การขับติดต่อกันเกินที่กฎหมายกำหนดโดยไม่พักตามรอบ เป็นความผิดของทั้งผู้ขับและผู้ประกอบการขนส่ง และทำให้การคุ้มครองตามกรมธรรม์มีปัญหาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ระบบจึงไม่มีปุ่มให้กดข้ามเพดานนี้ แม้ผู้จัดการจะเป็นผู้กดเอง · การเลือกผู้ให้บริการทำได้เฉพาะจากรายชื่อที่ผ่านการอนุมัติในโมดูล 08 แล้ว AI เพิ่มผู้ให้บริการรายใหม่เองไม่ได้

เที่ยวส่งที่ถึงลูกค้าไม่ทันกำหนด 1,529 เที่ยวจาก 18,650 · 8.2%

สาเหตุเที่ยวสัดส่วนอยู่ในความรับผิดชอบของแก้ได้ที่ไหน
ของออกจากคลังช้ากว่าแผน57837.8%ฝ่ายคลังสินค้า (โมดูล 09)หน้า หยิบและบรรจุ
จราจรและเส้นทางในเมือง41226.9%ฝ่ายขนส่งหน้า จัดเส้นทาง (181)
ลูกค้าไม่พร้อมรับของ28418.6%ฝ่ายขาย (โมดูล 10)ต้องนัดหมายล่วงหน้า
รถเสียระหว่างทาง1489.7%ฝ่ายขนส่งหน้า ยานพาหนะ (182)
เอกสารไม่ครบตอนส่งมอบ1077.0%ฝ่ายโลจิสติกส์หน้า คลังเอกสาร (187)
รวม1,529100.0%

578 + 412 + 284 + 148 + 107 = 1,529 เที่ยว ✓ · 1,529 ÷ 18,650 = 8.2% ✓ สอดคล้องกับ OTD 91.8% · 37.8 + 26.9 + 18.6 + 9.7 + 7.0 = 100.0%

เพียง 44.6% ของเที่ยวที่ส่งไม่ทันอยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายโลจิสติกส์จริง — คือจราจร รถเสีย และเอกสารไม่ครบ รวม 667 เที่ยว ส่วนอีก 862 เที่ยวเกิดจากคลังส่งของช้าและลูกค้าไม่พร้อมรับ · การตั้งตัวชี้วัดให้ฝ่ายโลจิสติกส์รับผิดชอบ OTD ทั้ง 91.8% จึงเป็นการวัดในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้กว่าครึ่ง ซึ่งมักทำให้ฝ่ายที่ถูกวัดเริ่มต่อรองวันส่งให้ยาวขึ้นแทนที่จะแก้ปัญหา · 284 เที่ยวที่ลูกค้าไม่พร้อมรับของไม่ใช่ความล่าช้าของบริษัทเลย แต่ปัจจุบันถูกนับรวมอยู่ในตัวเลขเดียวกัน ควรแยกออกมาเป็นรายการต่างหากและรายงานกลับไปที่ฝ่ายขายเพื่อปรับวิธีนัดหมาย · ถ้าแยก 284 เที่ยวนี้ออก OTD ที่ควบคุมได้จะเป็น 93.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้ตั้งเป้าหมายภายในได้จริงกว่า แต่ยังต้องรายงาน 91.8% ต่อลูกค้าเสมอ

สิ่งที่โมดูลนี้เพิ่งทำให้เชื่อมต่อได้ จุดที่เคยค้างในโมดูลที่สร้างไปแล้ว

ค่าขนส่ง ฿144.12M ในหน้า 85เคยเป็นยอดรวมก้อนเดียว — ตอนนี้แยกได้ว่าเป็นค่าอะไรและของเส้นทางไหน เชื่อมแล้ว
รถบรรทุก 12 คันในทะเบียนสินทรัพย์เคยมีแค่ราคาทุนและค่าเสื่อม — ตอนนี้รู้ว่าวิ่งกี่เที่ยวและคุ้มหรือไม่ เชื่อมแล้ว
OTD 95.6% ในหน้าวางแผนผลิตวัดถึงประตูโรงงาน ไม่ใช่ถึงมือลูกค้า — ต้องติดป้ายกำกับที่หน้าต้นทาง ต้องแก้ต้นทาง
คาร์บอน 152.0 tCO₂e จากรถบริษัทยังไม่อยู่ใน Scope 1 ของโมดูล 22 · ภายนอกอีก ≈1,844.3 tCO₂e เป็น Scope 3 ที่ยังไม่รายงาน รอโมดูล 22
ของออกจากคลังช้า 578 เที่ยวต้องเชื่อมกับหน้าหยิบและบรรจุเพื่อให้เห็นว่าคอขวดอยู่ขั้นไหน รอหน้า 184

โมดูลนี้ไม่ได้เพิ่มตัวเลขใหม่เข้าระบบ แต่ทำให้ตัวเลขที่มีอยู่แล้วมีเจ้าของและมีที่ไป — ค่าขนส่งเคยเป็นแถวหนึ่งในตารางค่าใช้จ่ายของฝ่ายการเงิน และรถบรรทุกเคยเป็นบรรทัดหนึ่งในทะเบียนสินทรัพย์ ทั้งสองไม่เคยถูกอ่านคู่กัน · เรื่องที่ยังทำไม่ได้คือการคำนวณคาร์บอนของค่าระวางภายนอก ซึ่งต้องขอข้อมูลระยะทางและประเภทยานพาหนะจากผู้ให้บริการแต่ละราย และปัจจุบันสัญญาส่วนใหญ่ยังไม่มีข้อกำหนดให้ส่งข้อมูลนี้ · การรายงาน Scope 3 โดยประมาณจากค่าใช้จ่ายเป็นวิธีที่ทำได้ แต่ต้องระบุให้ชัดว่าเป็นการประมาณจากมูลค่า ไม่ใช่การวัดจริง มิฉะนั้นตัวเลขจะถูกนำไปใช้เหมือนเป็นข้อมูลที่ยืนยันได้

Data Security: AES-256 Encryption AI Model: TSC Logistics AI v1.0 (ต้นแบบ — ยังไม่ผูกผู้ให้บริการโมเดลจริง) Last Update: 31 พ.ค. 2569 10:24:36 กระทบยอดกับ: การเงิน · คลังสินค้า · สินทรัพย์ System Status: ปกติ

ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · ทุกตัวเลขบนหน้านี้กระทบยอดกับโมดูล 14 การเงิน · 09 คลังสินค้า · 15 บริหารสินทรัพย์ได้ · OTD ที่หน้าวางแผนผลิตแสดง 95.6% วัด "ออกจากโรงงานทันกำหนด" ไม่ใช่ "ถึงมือลูกค้าทันกำหนด" ซึ่งอยู่ที่ 91.8% ส่วนต่าง 3.8 จุดเกิดขึ้นระหว่างทางทั้งหมดและก่อนหน้านี้ไม่มีหน้าไหนรับผิดชอบ · ค่าขนส่งขาออก ฿143.00M เป็นค่าจ้างผู้ให้บริการภายนอกเท่านั้น ต้นทุนรถของบริษัทเอง ฿16.96M ต่อปีกระจายอยู่ในค่าเสื่อมและเงินเดือน การเทียบสองก้อนนี้ตรง ๆ จึงเทียบไม่ได้ · ต้นทุนต่อเที่ยวบอกว่ารถบริษัทถูกกว่า 60.7% แต่ต้นทุนต่อกิโลเมตรบอกว่าแพงกว่า 33.9% เพราะระยะทางเฉลี่ยต่างกัน 3.40 เท่า · คาร์บอนจากรถของบริษัท 152.0 tCO₂e ต่อปียังไม่ปรากฏใน Scope 1 ของโมดูล ESG และค่าระวางภายนอกอีกราว 1,844.3 tCO₂e ยังไม่มีการรายงานเป็น Scope 3 เลย