สามวิธีวัด สามคำตอบที่ขัดกันเอง ตัวเศษเท่าเดิม เปลี่ยนแค่ตัวหาร
ยังตัดสินใจไม่ได้| วิธีวัด | รถบริษัท | ภายนอก | ผลที่อ่านได้ | ข้อจำกัดของวิธีนี้ |
|---|---|---|---|---|
| ต่อเที่ยว | ฿3,926 | ฿9,979 | รถบริษัทถูกกว่า 60.7% | ระยะเฉลี่ยต่างกัน 3.40 เท่า |
| ต่อกิโลเมตรที่บันทึก | ฿93.47 | ฿69.78 | รถบริษัทแพงกว่า 33.9% | ไม่นับเที่ยวกลับเปล่าทั้งสองฝั่ง |
| ต่อกิโลเมตรรวมเที่ยวกลับเปล่า | ฿54.98 | ฿58.15 | รถบริษัทถูกกว่า 5.4% | ตัวเลข 20% ของภายนอกเป็นสมมติฐาน |
| ข้อสรุป | — | — | พลิกสองครั้ง | ยังไม่มีข้อมูลพอจะตัดสิน |
รถบริษัทวิ่งกลับเปล่า 3,024 ÷ 4,320 = 70.0% · ระยะกลับเปล่า 3,024 × 42 = 127,008 กม. · ระยะจริง 181,440 + 127,008 = 308,448 กม. · 16,960,000 ÷ 308,448 = ฿54.98 ✓ · ภายนอกที่สมมติกลับเปล่า 20% 2,049,190 × 1.2 = 2,459,028 กม. · 143,000,000 ÷ 2,459,028 = ฿58.15 ✓ · 1 − 54.98 ÷ 58.15 = 5.4%
ทั้งสามวิธีคำนวณถูกต้อง และไม่มีวิธีไหนผิด แต่ให้คำตอบที่ขัดกันเองสองครั้ง — ถ้าใครสักคนต้องการเสนอผลอย่างใดอย่างหนึ่ง เขาเลือกวิธีที่ให้คำตอบที่ต้องการได้ทันทีโดยไม่ต้องบิดตัวเลขเลย · วิธีที่สามใกล้ความจริงที่สุดในทางแนวคิด เพราะเที่ยวกลับเปล่าคือต้นทุนจริงที่เกิดขึ้น แต่ใช้ตัดสินใจไม่ได้ เพราะอัตราวิ่งเปล่า 20% ของผู้ให้บริการเป็นสมมติฐานที่เราตั้งเอง ไม่ใช่ข้อมูล · ถ้าอัตราจริงของผู้ให้บริการต่ำกว่า 20% คำตอบจะพลิกกลับไปเป็นรถบริษัทแพงกว่าอีกครั้ง ซึ่งเป็นไปได้สูง เพราะผู้ให้บริการรับงานจากหลายบริษัทจึงหาสินค้าขากลับได้ง่ายกว่า · ข้อสรุปของหน้านี้จึงไม่ใช่คำตอบ แต่คือรายการสิ่งที่ต้องไปหาก่อน คือขอให้ผู้ให้บริการรายงานระยะทางรวมทั้งเที่ยวมีของและเที่ยวเปล่า ซึ่งเป็นข้อมูลที่เขามีอยู่แล้ว · ระหว่างที่ยังไม่มี ระบบจะไม่แสดงข้อสรุปใด ๆ เรื่องนี้ และไม่แสดงตัวเลขต่อเที่ยวเดี่ยว ๆ โดยไม่มีระยะทางกำกับ
ค่าเสียหายที่ระบุสาเหตุได้แล้ว ฿6.10M ต่อปี · แก้ได้ ฿5.32M
| เรื่อง | เงินต่อปี | แก้ได้ | แก้ที่ไหน | ต้องลงทุนหรือไม่ |
|---|---|---|---|---|
| อากรที่เสียเกินเพราะใช้สิทธิไม่ทัน | ฿2.86M | ฿2.86M | โมดูล 08 — ขอเอกสารตั้งแต่ออกใบสั่งซื้อ | ไม่ต้อง |
| ค่าปรับจากเอกสารถิ่นกำเนิดมาช้า | ฿1.42M | ฿1.42M | โมดูล 08 — เรื่องเดียวกับข้างบน | ไม่ต้อง |
| ค่าปรับจากรอผลตรวจหน่วยงานอื่น | ฿0.84M | ฿0.42M | เผื่อวันฟรีตั้งแต่จองเรือ | ไม่ต้อง |
| ค่าปรับจากนัดรับตู้ไม่ตรงคิวรถ | ฿0.62M | ฿0.62M | หน้า จัดเส้นทาง (181) | ไม่ต้อง |
| ค่าปรับจากลูกค้าเลื่อนวันรับ | ฿0.36M | ฿0.00M | ต้องเจรจากับลูกค้า | ไม่อยู่ในมือ |
| รวม | ฿6.10M | ฿5.32M |
2.86 + 1.42 + 0.84 + 0.62 + 0.36 = ฿6.10M ✓ ตรงกับหน้า 184 และ 185 · แก้ได้ 2.86 + 1.42 + 0.42 + 0.62 = ฿5.32M = 87.2% ของทั้งหมด · คิดเป็น 1.47% ของค่าโลจิสติกส์ที่แท้จริง ฿362.85M
ทั้ง ฿5.32M ที่แก้ได้ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เป็นการเปลี่ยนลำดับงานล้วน ๆ — ขอเอกสารถิ่นกำเนิดตั้งแต่ตอนออกใบสั่งซื้อแทนตอนของมาถึง และเผื่อวันฟรีตั้งแต่ตอนจองเรือแทนการรอดูว่าจะถูกตรวจหรือไม่ · แต่การแก้ทั้งหมดอยู่นอกโมดูลนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ปัญหายังอยู่ ฝ่ายโลจิสติกส์เป็นคนจ่ายค่าปรับ แต่คนที่แก้ได้คือฝ่ายจัดซื้อ ซึ่งไม่ได้ถูกวัดด้วยตัวเลขนี้ · ฿6.10M คิดเป็นเพียง 1.68% ของค่าโลจิสติกส์ทั้งหมด ซึ่งเป็นเหตุผลที่มันไม่เคยถูกจัดลำดับให้แก้ แต่เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ ตัวเลขนี้มีน้ำหนักต่างออกไปมาก · สิ่งที่หน้านี้ทำได้คือทำให้เห็นว่าเป็นเงินก้อนเดียวกันและมีสาเหตุร่วมกัน ไม่ใช่ค่าปรับกระจัดกระจายห้าที่ · ส่วน ฿0.36M ที่ลูกค้าเลื่อนวันรับ ไม่ควรตั้งเป้าลด เพราะการบีบลูกค้าให้รับของตามวันที่บริษัทสะดวก แลกมาด้วยความสัมพันธ์ที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินก้อนนี้มาก
ช่องว่างข้อมูลที่ปิดได้ในการเจรจาครั้งเดียว ห้าเรื่องจากห้าหน้า · ผู้ให้บริการมีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว
ทั้งห้าเรื่องเป็นข้อมูลที่ผู้ให้บริการมีอยู่แล้วในระบบของตัวเอง ไม่ใช่สิ่งที่ต้องลงทุนสร้าง — สาเหตุที่ไม่มีคือไม่เคยมีใครขอ และไม่ได้เขียนไว้ในสัญญา · การขอทีละเรื่องเมื่อเกิดปัญหาจะได้ผลช้าและมักถูกปฏิเสธ เพราะดูเหมือนการเพิ่มภาระกลางสัญญา ส่วนการขอทั้งห้าเรื่องพร้อมกันตอนต่อสัญญาเป็นการเจรจาปกติที่มีอำนาจต่อรอง · ข้อควรระวังคืออย่าขอข้อมูลที่ระบุตัวผู้ขับของผู้ให้บริการ เพราะจะกลายเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างบริษัทอื่น ซึ่งต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลรองรับ · สิ่งที่ต้องการคือสถิติรวมและข้อมูลระดับรถ ไม่ใช่ระดับคน ซึ่งเพียงพอต่อทุกคำถามในรายการนี้ · ควรทำร่วมกับโมดูล 08 จัดซื้อจัดจ้างและโมดูล 20 กฎหมาย เพราะเป็นการแก้เงื่อนไขสัญญา ไม่ใช่การตั้งค่าระบบ
ต้นทุนโลจิสติกส์เทียบกับรายได้ ตัวเลขที่ต่างกันเพราะขอบเขตต่างกัน
| ตัวเลข | จำนวน | ต่อรายได้ | นับอะไรบ้าง | ใช้ตอบคำถามอะไร |
|---|---|---|---|---|
| ที่หน้า 85 แสดง (5 เดือน) | ฿144.12M | 7.8% | เฉพาะเงินที่จ่ายออกภายนอก | การควบคุมค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริง |
| ต่อปีจากตัวเลขเดียวกัน | ฿345.89M | 7.8% | เฉพาะเงินที่จ่ายออกภายนอก | เทียบกับปีก่อน |
| รวมต้นทุนรถบริษัท | ฿362.85M | 8.2% | ทุกอย่างที่ใช้ไปกับการเคลื่อนย้ายของ | เทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรม |
| ถ้ารวมอากรขาเข้าด้วย | ฿449.27M | 10.1% | ผิด — อากรเป็นภาษี | ห้ามใช้ |
345.89 + 16.96 = ฿362.85M · 362.85 ÷ 4,440.00 = 8.17% → 8.2% · ส่วนต่างจาก 7.8% = 0.4 จุด ซึ่งคือต้นทุนรถบริษัทที่กระจายอยู่ในห้าบัญชี · แถวสุดท้าย 362.85 + 86.42 = 449.27 แสดงไว้เพื่อเตือนว่าห้ามรวม ไม่ใช่เพื่อใช้
สามตัวเลขแรกถูกต้องทั้งหมด และควรมีอยู่ทั้งสามตัว เพราะตอบคำถามคนละข้อ — ฝ่ายการเงินต้องการตัวที่จ่ายออกจริงเพื่อคุมงบ ส่วนการเทียบกับบริษัทอื่นต้องใช้ตัวที่รวมต้นทุนตัวเองเพราะบริษัทอื่นที่จ้างขนส่งทั้งหมดจะมีตัวเลขที่จ่ายออกสูงกว่าโดยธรรมชาติ · ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มีหลายตัวเลข แต่อยู่ที่ไม่มีป้ายกำกับว่าตัวไหนนับอะไร ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับเรื่อง OTD ในหน้า 180 · แถวสุดท้ายที่รวมอากรขาเข้า ฿86.42M แสดงไว้เพื่อกันความเข้าใจผิดโดยเฉพาะ เพราะเมื่อเห็นค่าโลจิสติกส์อยู่ใกล้กับค่าพิธีการศุลกากรในตารางเดียวกัน คนมักรวมทั้งหมด · อากรเป็นภาษีตามมูลค่าสินค้า ไม่ใช่ค่าบริการที่จ่ายเพื่อให้ของเดินทาง การรวมเข้าไปทำให้บริษัทที่นำเข้าวัตถุดิบมากดูเหมือนมีต้นทุนโลจิสติกส์สูง ทั้งที่เป็นคนละเรื่องกัน
สิ่งที่หน้านี้ตั้งใจไม่ทำ ขอบเขตของการวิเคราะห์
การไม่พยากรณ์อัตราค่าระวางเป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่ข้อจำกัดทางเทคนิค — ระบบสร้างเส้นแนวโน้มจากข้อมูลย้อนหลังได้ทันที และตัวเลขที่ออกมาจะดูน่าเชื่อถือ แต่จะไม่มีความหมายเพราะปัจจัยที่กำหนดราคาอยู่นอกข้อมูลที่บริษัทมี · เส้นพยากรณ์ที่ผิดสร้างความเสียหายมากกว่าการไม่มีเส้นเลย เพราะจะถูกนำไปใช้ตั้งงบและผูกสัญญาล่วงหน้า · การไม่จัดอันดับผู้ให้บริการด้วยคะแนนรวมตัวเดียวก็เช่นกัน ผู้ให้บริการ ค. มีอัตราตรงเวลาต่ำสุดที่ 88.6% แต่วิ่งภาคใต้และท่าเรือซึ่งมีระยะไกลและตัวแปรมากกว่า การให้คะแนนรวมจะทำให้ดูเหมือนบริหารแย่กว่า ทั้งที่งานคนละแบบ · สิ่งที่แสดงแทนคืออัตราตรงเวลาแยกตามเส้นทางพร้อมระยะทางเฉลี่ยกำกับ ให้คนอ่านตัดสินเอง · หลักการเดียวกันนี้ใช้ทั้งโมดูล คือแสดงตัวหารเสมอ และติดป้ายทุกตัวเลขที่เป็นสมมติฐาน
ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · ค่าโลจิสติกส์ที่แท้จริงคือ ฿362.85M หรือ 8.2% ของรายได้ ไม่ใช่ 7.8% ที่หน้า 85 แสดง เพราะตัวเลขนั้นนับเฉพาะเงินที่จ่ายออกภายนอก ไม่รวมต้นทุนรถและคนของบริษัทเอง ฿16.96M · คำถามว่ารถบริษัทคุ้มกว่าจ้างข้างนอกหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะวัดสามวิธีได้สามคำตอบที่ขัดกันเอง — ต่อเที่ยวถูกกว่า 60.7% ต่อกิโลเมตรที่บันทึกแพงกว่า 33.9% และต่อกิโลเมตรที่รวมเที่ยวกลับเปล่าถูกกว่า 5.4% · สิ่งที่ต้องทำก่อนตัดสินใจคือเก็บอัตราการวิ่งกลับเปล่าของผู้ให้บริการ ซึ่งปัจจุบันไม่มีข้อมูลเลย ตัวเลข 20% ที่ใช้ในวิธีที่สามเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อมูลจริง · หน้านี้ไม่พยากรณ์อัตราค่าระวาง เพราะขึ้นกับปัจจัยนอกบริษัททั้งหมด