หกเรื่องที่ส่วนเสริมนี้พบ แยกตามว่าต้องแก้ที่ไหน
6 เรื่อง| เรื่องที่พบ | มูลค่าที่เกี่ยวข้อง | แก้ที่ไหน | สถานะ |
|---|---|---|---|
| ค่าตัดจำหน่ายแหล่งแร่ใช้วิธีเส้นตรงแทนหน่วยผลิต | ฿13.20M ต่อปี | โมดูล 13 บัญชี + 15 สินทรัพย์ | ต้องแก้ที่ต้นทาง |
| ประมาณการค่าฟื้นฟูพื้นที่ยังไม่อยู่ในงบ | ฿115.19M | โมดูล 13 บัญชี | ต้องแก้ที่ต้นทาง |
| ประทานบัตรแปลงที่ 2 เหลือเวลาสำรอง 1.3 เดือน | 1.38 ล้านตัน | ส่วนเสริมนี้ (หน้า 219) | ต้องตัดสินใจปีนี้ |
| ผลตรวจแรงสั่นสะเทือนมีตัวหาร 12 ไม่ใช่ 486 | 34 ข้อร้องเรียน | ส่วนเสริมนี้ (หน้า 220) | แก้ได้ในระบบ |
| อัตราการตรวจสุขภาพ 100% วัดคนละอย่างกับอันตราย | 248 คน | ส่วนเสริมนี้ (หน้า 221) | แก้ได้ในระบบ |
| ดีเซลในเหมืองไม่อยู่ใน Scope 1 | 2,744.3 tCO₂e | โมดูล 22 ESG | ต้องแก้ที่ต้นทาง |
| รวม | 3 เรื่องต้องแก้ที่โมดูลหลัก |
สามเรื่องที่ต้องแก้ที่โมดูลหลักคือค่าตัดจำหน่าย ประมาณการค่าฟื้นฟู และคาร์บอน · ส่วนเสริมนี้ไม่แก้เอง เพราะทั้งสามตัวมีหน้าเจ้าของอยู่แล้วในระบบหลัก · อีกสามเรื่องเป็นเรื่องของหน้าจอในส่วนเสริมนี้เอง จึงแก้ได้ที่นี่
ส่วนเสริมนี้ไม่ได้สร้างปัญหาใหม่ แต่ทำให้ปัญหาที่มีอยู่แล้วปรากฏ — สามในหกเรื่องเป็นตัวเลขที่โมดูลหลักเป็นเจ้าของและผิดมาก่อนที่ส่วนเสริมนี้จะถูกสร้าง · เหตุผลที่เพิ่งเห็นตอนนี้คือไม่เคยมีหน้าไหนถามว่า "แหล่งแร่หมดไปเท่าไรในปีนี้" ทะเบียนสินทรัพย์ถามได้แค่ว่าเครื่องจักรเก่าไปเท่าไร ซึ่งเป็นคนละคำถาม · รูปแบบนี้เหมือนกับที่โมดูล 29 พบทุกประการ คือช่องทางใหม่ทำให้ปัญหาเดิมปรากฏต่อคนที่ไม่เคยเห็น · ทางแก้ที่ถูกคือส่งกลับไปแก้ที่หน้าเจ้าของ ไม่ใช่ตั้งตัวเลขใหม่ในส่วนเสริมนี้ เพราะถ้าตั้งเอง ระบบจะมีตัวเลขค่าเสื่อมสองชุดทันที ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่ทะเบียนตัวเลขกลางถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกัน
ปริมาณสำรองและอายุเหมือง ตัวเลขที่กำหนดทุกการตัดสินใจของส่วนเสริมนี้
- ผลิตไปแล้ว18.42 ล้านตัน (43.2%)
- คงเหลือตามรายงาน24.18 ล้านตัน (56.8%)
24.18 ÷ 2.86 = 8.45 ปี · 18.42 ÷ 42.60 = 43.24% ของปริมาณสำรองถูกขุดไปแล้ว · ตัวเลข 42.60 ล้านตันเป็นตัวเลขจากรายงานที่ยื่นตอนขอประทานบัตร ระบบไม่ประเมินปริมาณสำรองเองและไม่ปรับตัวเลขนี้
อายุเหมือง 8.45 ปีสั้นกว่าอายุการใช้งานที่เหลือของเครื่องจักรหลายรายการในทะเบียนสินทรัพย์ — โรงโม่และสายพานที่ลงทุนใหม่มีอายุบัญชี 15 ปี แต่แหล่งแร่ที่ป้อนมันเหลือ 8.45 ปี · ถ้าไม่ได้ประทานบัตรแปลงใหม่ เครื่องจักรกลุ่มนี้จะเหลือมูลค่าตามบัญชีอยู่ในวันที่ไม่มีหินให้โม่แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณของการด้อยค่าที่ต้องพิจารณา ไม่ใช่เรื่องที่รอได้ · เรื่องนี้ไม่ปรากฏในแผนกลยุทธ์ 3 ปีของกลุ่มเลย เพราะแผน 3 ปีมองไม่ถึงปีที่ 8 · การขอประทานบัตรแปลงใหม่ใช้เวลาหลายปีตั้งแต่สำรวจจนได้รับอนุญาต ซึ่งแปลว่าถ้าเริ่มในปีที่ 6 ก็อาจไม่ทัน · ส่วนเสริมนี้จึงแสดงอายุเหมืองเป็นตัวเลขแรกของหน้าหลัก ไม่ใช่ซ่อนไว้ในหน้าปริมาณสำรอง
ผลผลิตไปที่ไหน ขายภายนอกกับโอนให้โรงงานของกลุ่มเอง
| ปลายทาง | ล้านตัน | ราคาต่อตัน | มูลค่า | ฐานราคา |
|---|---|---|---|---|
| ขายลูกค้าภายนอก | 2.61 | ฿186.40 | ฿486.50M | ราคาตลาด |
| โอนให้โรงงานของกลุ่ม | 0.25 | ฿142.00 | ฿35.50M | ราคาโอนภายใน |
| รวมที่ผลิต | 2.86 | — | ฿522.00M | — |
2.61 + 0.25 = 2.86 ล้านตัน ✓ ตรงกับปริมาณที่ผลิต · 2.61 × ฿186.40 = ฿486.50M · 0.25 × ฿142.00 = ฿35.50M · รายได้ขายภายนอก ฿486.50M ÷ ฿4,440.00M = 10.96% ของรายได้กลุ่ม
ราคาโอนภายใน ฿142.00 ต่ำกว่าราคาขายภายนอก ฿186.40 อยู่ ฿44.40 ต่อตัน คิดเป็น ฿11.10M ต่อปี — ผลคือกำไรของเหมืองต่ำลงและกำไรของโรงงานสูงขึ้นด้วยจำนวนเท่ากัน · ถ้าเหมืองกับโรงงานเป็นหน่วยงานในนิติบุคคลเดียวกัน เรื่องนี้ไม่มีผลต่องบการเงินรวมเลย เป็นเพียงการปันกำไรระหว่างหน่วยงาน · แต่ถ้าเป็นคนละนิติบุคคล ราคาโอนระหว่างกันมีข้อกำหนดทางภาษีที่ต้องมีเอกสารรองรับ ซึ่งหน้า 223 ระบุไว้ว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ที่ปรึกษาภาษีตอบ · ระบบไม่ตัดสินเรื่องนี้เอง แต่แสดงส่วนต่างไว้ให้เห็นและส่งต่อให้คนที่ตอบได้ · สิ่งที่ระบบทำได้คือแสดงราคาโอนคู่กับราคาตลาดเสมอ ไม่แสดงราคาโอนเดี่ยว ๆ
ต้นทุนการทำเหมืองต่อตัน ตัวเลขที่แสดงอยู่ต่ำกว่าความจริง ฿4.62
| รายการ | บาทต่อตัน | สัดส่วน | สถานะ |
|---|---|---|---|
| ขุดและขนในเหมือง | 32.60 | 28.2% | ถูกต้อง |
| โม่และคัดขนาด | 26.80 | 23.1% | ถูกต้อง |
| เจาะและระเบิด | 18.40 | 15.9% | ถูกต้อง |
| อื่น ๆ (ฟื้นฟู ความปลอดภัย ธุรการ) | 14.60 | 12.6% | ถูกต้อง |
| ค่าภาคหลวงแร่ | 12.00 | 10.4% | ฐานยังไม่ยืนยัน |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 11.42 | 9.9% | ต่ำไป ฿4.62 |
| รวมที่แสดงอยู่ | 115.82 | 100% | ค่าที่ถูกคือ ฿120.43 |
32.60 + 26.80 + 18.40 + 14.60 + 12.00 + 11.42 = ฿115.82 ต่อตัน · สัดส่วนรวม 100.1% จากการปัดทศนิยม (ค่าจริง 28.15 + 23.14 + 15.89 + 12.61 + 10.36 + 9.86 = 100.01) · × 2.86 ล้านตัน = ฿331.25M · เมื่อเพิ่มค่าตัดจำหน่ายที่ขาด ฿13.20M รวมเป็น ฿344.44M ÷ 2.86 = ฿120.43 ต่อตัน · ส่วนต่าง ฿13.20M ÷ 2.86 = ฿4.62 ต่อตัน
ต้นทุนต่อตันเป็นตัวเลขที่ใช้ตั้งราคาขายและใช้ตัดสินว่ารับงานไหนคุ้ม — เมื่อต่ำกว่าความจริง ฿4.62 ต่อตัน การตัดสินใจทุกครั้งที่ใช้ตัวเลขนี้เอนไปทางรับงานที่ราคาต่ำเกินไป · ฿4.62 คิดเป็น 4.0% ของต้นทุนที่แสดง ซึ่งไม่มากพอจะพลิกงานที่กำไรดี แต่มากพอจะพลิกงานที่กำไรบาง · เรื่องนี้แก้ที่ส่วนเสริมนี้ไม่ได้ เพราะค่าตัดจำหน่ายมีเจ้าของอยู่ที่โมดูล 15 บริหารสินทรัพย์ · ระหว่างที่ยังไม่แก้ ส่วนเสริมนี้แสดงทั้งสองตัวเลขคู่กันพร้อมป้ายบอกว่าตัวไหนคำนวณด้วยวิธีใด ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่โมดูล 19 ใช้กับดัชนีต้นทุนสองชุด
สิ่งที่ส่วนเสริมนี้ทำและไม่ทำ เส้นแบ่งระหว่างส่วนเสริมกับโมดูลหลัก
งานทั้งหมด 18,642 รายการต่อปี · อัตโนมัติเต็ม 5,124 รายการ = 27.5% · งานที่กฎหมายกำหนดให้เป็นของคน 6,842 รายการ = 36.7% · เพดานที่เป็นไปได้ (18,642 − 6,842) ÷ 18,642 = 63.3% · ระยะห่างจากเพดาน 35.8 จุด
อัตราอัตโนมัติ 27.5% ต่ำที่สุดในทุกส่วนของระบบ และเพดาน 63.3% ก็ต่ำที่สุดเช่นกัน — ต่ำกว่าโมดูล 18 โลจิสติกส์ที่เพดาน 84.2% และโมดูล 19 บริหารโครงการที่ 88.9% · เหตุผลคืองานเหมืองมีสัดส่วนงานที่กฎหมายกำหนดให้เป็นของคนสูงที่สุด คือการลงนามรายงานต่อหน่วยงาน การควบคุมวัตถุระเบิด และการตรวจความปลอดภัยก่อนเข้าหน้าเหมือง · ตัวเลข 27.5% จึงไม่ใช่สัญญาณว่าส่วนเสริมนี้ทำได้ไม่ดี แต่บอกว่างานประเภทนี้มีเพดานต่ำโดยธรรมชาติ · ตัวเลขที่เทียบกันได้คือระยะห่างจากเพดานของตัวเอง ซึ่งอยู่ที่ 35.8 จุด ซึ่งเป็นระยะที่กว้างที่สุดในระบบและแปลว่ายังมีงานให้ทำอีกมาก · การตั้งเป้าอัตราอัตโนมัติเป็นเปอร์เซ็นต์ในงานเหมืองอันตรายกว่าที่อื่น เพราะวิธีที่เร็วที่สุดในการเพิ่มตัวเลขคือลดขั้นตอนตรวจความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบไม่เปิดให้ทำ
ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · ทุกตัวเลขบนหน้านี้กระทบยอดกับโมดูล 07 การผลิต · 15 บริหารสินทรัพย์ · 22 ESG ได้ · อายุเหมืองคงเหลือ 8.45 ปี คำนวณจากปริมาณสำรองคงเหลือ 24.18 ล้านตัน หารด้วยอัตราผลิตปัจจุบัน 2.86 ล้านตันต่อปี · ปริมาณสำรอง 42.60 ล้านตันมาจากรายงานที่ผู้มีคุณสมบัติลงนามเมื่อขอประทานบัตร ระบบไม่ประเมินปริมาณสำรองเอง และไม่แสดงตัวเลขสำรองที่ไม่มีรายงานรองรับ · ต้นทุนต่อตัน ฿115.82 ที่แสดงอยู่ต่ำกว่าความจริง ฿4.62 เพราะค่าตัดจำหน่ายแหล่งแร่ใช้วิธีเส้นตรงแทนวิธีหน่วยผลิต ซึ่งหน้า 223 อธิบายไว้ครบ · ส่วนเสริมนี้ไม่ตั้งตัวเลขของตัวเองทับตัวเลขที่โมดูลหลักเป็นเจ้าของ