TSCWORLD AI AI-Powered Enterprise OS

สิ่งแวดล้อมและการฟื้นฟูพื้นที่

222

ภาระค่าฟื้นฟูที่เกิดขึ้นแล้ว ฿115.19M ยังไม่อยู่ในงบการเงินเลย

ส่วนเสริมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ 6
Live
ภาระค่าฟื้นฟูที่เกิดขึ้นแล้ว
0ล้านบาท
เปิดหน้าดินแล้ว 62.4%
ยังไม่อยู่ในงบการเงินเลย
หลักประกันที่วางไว้
0ล้านบาท
37.2% ของภาระ
ขาดอีก ฿72.39M
D/E ถ้ารวมประมาณการ
0เท่า
เผยแพร่ไปแล้ว 1.40
ปัจจุบันในทะเบียน 1.50
คาร์บอนที่ยังไม่รายงาน
0tCO₂e
ไม่อยู่ใน Scope 1
ดีเซลในเหมือง · +22.0% ของที่รายงาน
น้ำที่ต้องรวมจริง
0ลบ.ม.
+10.3% ไม่ใช่ +39.0%
สูบออก 486,000 · ระบายกลับ 358,000
พื้นที่ที่ฟื้นฟูแล้ว
0%
ตามหลังการเปิดหน้าดิน
124 จาก 779 ไร่ที่เปิดหน้าดิน

ภาระค่าฟื้นฟูพื้นที่ เกิดขึ้นตามพื้นที่ที่เปิดหน้าดิน ไม่ใช่ตอนปิดเหมือง

฿115.19M
รายการจำนวนสัดส่วนอยู่ในงบการเงินหรือไม่
ประมาณการค่าฟื้นฟูทั้งพื้นที่ 1,248 ไร่฿184.60M100%เป็นเพียงประมาณการ
ภาระที่เกิดขึ้นแล้ว (เปิดหน้าดิน 779 ไร่)฿115.19M62.4%ไม่อยู่ในงบเลย
หลักประกันที่วางไว้กับหน่วยงาน฿42.80M37.2%อยู่ในสินทรัพย์
ส่วนที่ไม่มีหลักประกันรองรับ฿72.39M62.8%ไม่มีที่ไหนเลย
ภาระที่ยังไม่เกิด (พื้นที่ยังไม่เปิด 469 ไร่)฿69.41M37.6%ยังไม่ต้องตั้ง

779 ÷ 1,248 = 62.4% ของพื้นที่เปิดหน้าดินแล้ว · ฿184.60M × 62.4% = ฿115.19M · 115.19 − 42.80 = ฿72.39M ที่ไม่มีหลักประกันรองรับ · 42.80 ÷ 115.19 = 37.2% · ภาระที่ยังไม่เกิด 184.60 − 115.19 = ฿69.41M

ค่าฟื้นฟูพื้นที่เป็นภาระที่เกิดขึ้นทันทีที่เปิดหน้าดิน ไม่ใช่ภาระที่เกิดตอนปิดเหมือง — ทุกไร่ที่ขุดลงไปคือหนี้ที่ต้องคืนสภาพในภายหลัง · เมื่อไม่ตั้งประมาณการ ต้นทุนของหินที่ขายไปแล้วจึงต่ำกว่าความจริง และกำไรของทุกปีที่ผ่านมาสูงกว่าที่ควรเป็น · ฿115.19M ไม่ใช่ตัวเลขที่ประมาณขึ้นใหม่ แต่คำนวณจากประมาณการค่าฟื้นฟูที่มีอยู่แล้ว คูณด้วยสัดส่วนพื้นที่ที่เปิดไปแล้วจริง · หลักประกัน ฿42.80M ที่วางไว้กับหน่วยงานไม่ใช่การตั้งประมาณการ เป็นเงินที่วางไว้เป็นประกัน ซึ่งอยู่ฝั่งสินทรัพย์ ไม่ใช่ฝั่งหนี้สิน · ทั้งสองอย่างนี้ต้องมีคู่กัน คือมีหลักประกันวางไว้และมีประมาณการหนี้สินตั้งไว้ ปัจจุบันมีอย่างแรกอย่างเดียว · เรื่องนี้แก้ที่ส่วนเสริมนี้ไม่ได้ ต้องส่งให้โมดูล 13 บัญชีตัดสินใจร่วมกับผู้สอบบัญชี เพราะการรับรู้ประมาณการหนี้สินมีหลักเกณฑ์ทางบัญชีที่ต้องใช้ดุลพินิจ · ระหว่างที่ยังไม่ตั้ง ส่วนเสริมนี้แสดงตัวเลข ฿115.19M ไว้ทุกหน้าที่พูดถึงต้นทุนต่อตัน

ผลต่ออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ตัวเลขที่เผยแพร่ไปแล้วสองครั้งและยังไม่ตรง

วิธีคำนวณหนี้สินที่นับD/Eสถานะ
ที่เผยแพร่ในรายงานประจำปี฿2,624.16M1.40ผิด · เผยแพร่ไปแล้ว
ในทะเบียนตัวเลขกลางวันนี้฿2,816.96M1.50รวมสัญญาเช่าแล้ว
ถ้ารวมประมาณการค่าฟื้นฟู฿2,932.15M1.56รอบัญชีตัดสิน

2,624.16 ÷ 1,880.34 = 1.40 ที่เผยแพร่ไป · (2,624.16 + 192.80) ÷ 1,880.34 = 1.50 เมื่อรวมหนี้สินตามสัญญาเช่า · (2,624.16 + 192.80 + 115.19) ÷ 1,880.34 = 1.56 เมื่อรวมประมาณการค่าฟื้นฟูด้วย

นี่เป็นชั้นที่สามของตัวเลขเดียวกัน และสองชั้นแรกออกไปนอกบริษัทแล้ว — หน้า 202 ในโมดูล 26 พบว่ารายงานที่เผยแพร่แสดง 1.40 ทั้งที่ค่าที่ถูกในวันนั้นคือ 1.50 · ตอนนี้ส่วนเสริมเหมืองแร่พบว่ายังมีหนี้สินอีกก้อนที่ไม่ได้นับ ซึ่งจะทำให้ค่าที่ถูกเป็น 1.56 · ความหมายคือผู้ถือหุ้นและผู้ให้กู้ที่อ่านรายงานประจำปีเห็นตัวเลขที่ต่ำกว่าความจริง 0.16 ไม่ใช่ 0.10 อย่างที่โมดูล 26 ประเมินไว้ · ก่อนจะแก้ตัวเลขที่เผยแพร่ไปแล้ว ต้องรู้ก่อนว่าประมาณการค่าฟื้นฟูจะถูกรับรู้เมื่อไรและด้วยจำนวนเท่าไร ซึ่งเป็นเรื่องของโมดูล 13 กับผู้สอบบัญชี · การแก้ทีละชั้นเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง เพราะการแจ้งแก้ไขสองครั้งในเรื่องเดียวกันเสียหายกว่าการแจ้งครั้งเดียวที่ครบ · ส่วนเสริมนี้จึงส่งตัวเลข ฿115.19M ไปที่โมดูล 13 และ 26 พร้อมกัน ไม่แก้เอง

คาร์บอนจากเครื่องจักรในเหมือง ตรวจแล้วว่าอะไรอยู่ใน Scope แล้วและอะไรยังไม่อยู่

แหล่งปล่อยปริมาณtCO₂eอยู่ใน Scope แล้วหรือไม่
ดีเซลเครื่องจักรในเหมือง1,024,000 ลิตร2,744.3ยังไม่อยู่ใน Scope 1
ไฟฟ้าโรงโม่5,724,000 หน่วยตรวจแล้วอยู่ใน Scope 2 แล้ว
รถบรรทุกของบริษัท (โมดูล 18)152.0ยังไม่อยู่ใน Scope 1
รวมที่ยังไม่ถูกรายงาน2,896.3+23.2% ของที่รายงานอยู่

1,024,000 ลิตร × 2.68 kgCO₂e ต่อลิตร ÷ 1,000 = 2,744.3 tCO₂e · 2,744.3 + 152.0 = 2,896.3 tCO₂e · เทียบกับที่โมดูล 22 รายงาน 12,457 tCO₂e = +23.2% · ต่อตันหิน 2,744.3 ÷ 2.86 ล้านตัน = 0.96 kgCO₂e ต่อตัน

ไฟฟ้าโรงโม่ถูกตรวจแล้วและอยู่ใน Scope 2 เรียบร้อย เพราะอยู่บนมิเตอร์เดียวกับโรงงาน — ส่วนเสริมนี้จึงไม่นับซ้ำ และเขียนไว้ให้ชัดว่าตรวจแล้ว · สิ่งที่ไม่อยู่คือดีเซล เพราะซื้อผ่านบัญชีน้ำมันคนละบัญชีที่โมดูล 22 ไม่เคยอ่าน · รูปแบบนี้เหมือนกับที่โมดูล 18 พบทุกประการ คือแหล่งปล่อยอยู่ในโมดูลที่ ESG ไม่ได้ดึงข้อมูล · เมื่อรวมทั้งสองแหล่งเป็น 2,896.3 tCO₂e คิดเป็น 23.2% ของตัวเลขที่รายงานอยู่ ซึ่งมากพอจะเปลี่ยนข้อสรุปของรายงานความยั่งยืน · คำถามที่ต้องตอบก่อนคือขอบเขตการรวมข้อมูลของกลุ่ม ถ้าเหมืองเป็นคนละนิติบุคคล การรวมหรือไม่รวมขึ้นกับวิธีกำหนดขอบเขตที่กลุ่มเลือกใช้ · ส่วนเสริมนี้ไม่ตัดสินเรื่องขอบเขตเอง แต่ส่งตัวเลขไปพร้อมคำถาม ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่โมดูล 26 ทำกับเรื่องประเภทบริษัท

น้ำในพื้นที่เหมือง คำตอบที่ดูตรงไปตรงมาคือคำตอบที่ผิด

รายการลบ.ม./ปีควรนับเป็นน้ำใช้หรือไม่
สูบออกจากบ่อเหมืองทั้งหมด486,000ไม่ใช่น้ำใช้ทั้งก้อน
นำมาใช้พรมกันฝุ่นและล้างหิน128,000ใช่ · ต้องรวม
ระบายกลับลำห้วยหลังผ่านบ่อดักตะกอน358,000รายงานแยกเป็นการระบาย
น้ำใช้ที่โมดูล 22 รายงานอยู่1,248,000ต้องเพิ่มอีก 10.3%

128,000 + 358,000 = 486,000 ลบ.ม. ✓ · 128,000 ÷ 1,248,000 = +10.3% ของน้ำใช้ที่รายงานอยู่ · ถ้ารวมทั้ง 486,000 จะได้ +39.0% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผิด

คำตอบที่ดูตรงไปตรงมาคือเอา 486,000 ลบ.ม. ไปบวกกับน้ำใช้ที่รายงานอยู่ ซึ่งจะได้ +39.0% และเป็นคำตอบที่ผิด — น้ำที่สูบออกจากบ่อเหมืองส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกใช้ แต่ถูกระบายกลับสู่แหล่งน้ำเดิมหลังผ่านบ่อดักตะกอน · การนับน้ำที่ระบายกลับเป็นน้ำใช้จะทำให้ตัวเลขของกลุ่มสูงเกินจริง 358,000 ลบ.ม. · สิ่งที่ต้องรวมคือ 128,000 ลบ.ม. ที่นำมาใช้จริงในการพรมกันฝุ่นและล้างหิน ซึ่งเป็นน้ำที่ไม่ได้กลับสู่แหล่งเดิม · ส่วนที่ระบายกลับต้องรายงานแยกเป็นปริมาณการระบาย พร้อมผลตรวจคุณภาพน้ำก่อนระบาย ไม่ใช่ซ่อนไว้หรือรวมเข้าไปในน้ำใช้ · นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดว่าการรวมตัวเลขให้ครบไม่ใช่การรวมทุกอย่างที่หาได้ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่โมดูล 18 ใช้ตอนแยกค่าปรับเก็บตู้เกินเวลาออกจากค่าระวาง

การฟื้นฟูพื้นที่ที่ทำไปแล้ว ฟื้นฟูตามหลังการเปิดหน้าดินอยู่มาก

พื้นที่ที่เปิดหน้าดินแล้ว — 779 จาก 1,248 ไร่ 62.4%
พื้นที่ที่ฟื้นฟูแล้ว — 124 จาก 779 ไร่ที่เปิด 15.9%
พื้นที่ที่เปิดแล้วยังไม่ฟื้นฟู — 655 ไร่ 84.1%
ฟื้นฟูแล้ว
124 ไร่
฿18.34M ที่ใช้ไปแล้ว
รอฟื้นฟู
655 ไร่
฿96.85M ที่ยังไม่ใช้

124 ÷ 779 = 15.9% ของพื้นที่ที่เปิดหน้าดินได้รับการฟื้นฟูแล้ว · 779 − 124 = 655 ไร่ ที่รอฟื้นฟู · ฿115.19M × (124 ÷ 779) = ฿18.34M ที่ใช้ไปแล้ว · ส่วนที่เหลือ ฿96.85M

การฟื้นฟูตามหลังการเปิดหน้าดินเป็นเรื่องปกติของงานเหมือง เพราะพื้นที่ที่ยังขุดอยู่ฟื้นฟูไม่ได้ — ตัวเลข 15.9% จึงไม่ใช่สัญญาณว่าละเลย · สิ่งที่เป็นสัญญาณคือพื้นที่ 655 ไร่ที่เปิดแล้วและไม่ได้ขุดต่อแล้ว ซึ่งฟื้นฟูได้ทันทีแต่ยังไม่ได้ทำ · การฟื้นฟูระหว่างที่ยังทำเหมืองอยู่ถูกกว่าการรอฟื้นฟูทั้งหมดตอนปิดเหมือง เพราะเครื่องจักรและคนอยู่ในพื้นที่แล้ว · และการรอไว้ทั้งหมดหมายความว่าเงิน ฿96.85M ต้องจ่ายรวดเดียวในปีที่ปิดเหมือง ซึ่งเป็นปีที่ไม่มีรายได้จากเหมืองแล้ว · เรื่องนี้เชื่อมกับอายุเหมือง 8.45 ปีในหน้า 218 โดยตรง คือถ้าไม่เริ่มฟื้นฟูตั้งแต่ตอนนี้ ภาระทั้งก้อนจะไปกองอยู่ที่ปีที่ 9 · แผนที่ระบบเสนอคือฟื้นฟูปีละ 82 ไร่ตลอด 8 ปีที่เหลือ ซึ่งจะทำให้พื้นที่ที่เปิดแล้วฟื้นฟูครบพอดีในปีที่เหมืองหมด

Data Security: AES-256 Encryption AI Model: TSC Mine Environment AI v1.0 (ต้นแบบ — ยังไม่ผูกผู้ให้บริการโมเดลจริง) Last Update: 31 พ.ค. 2569 10:24:36 ตัวเลขที่แสดง: ตามทะเบียนตัวเลขกลาง System Status: ปกติ

ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · ทุกตัวเลขบนหน้านี้กระทบยอดกับหน้า 218 · โมดูล 13 บัญชี · 22 ESG · 26 ช่องทางผู้ถือหุ้นได้ · ภาระค่าฟื้นฟูพื้นที่ที่เกิดขึ้นแล้ว ฿115.19M ยังไม่ได้ตั้งเป็นประมาณการหนี้สินในงบการเงินเลย และหลักประกันที่วางไว้กับหน่วยงานมีเพียง ฿42.80M เหลือส่วนที่ไม่มีหลักประกันรองรับ ฿72.39M · ถ้ารวมประมาณการนี้ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจะขึ้นจาก 1.50 เป็น 1.56 ซึ่งซ้อนบนตัวเลข 1.40 ที่หน้า 202 เผยแพร่ไปแล้วและเรียกคืนไม่ได้ · ดีเซลในเหมือง 2,744.3 tCO₂e ไม่อยู่ใน Scope 1 รวมกับที่โมดูล 18 พบอีก 152.0 tCO₂e เป็น 2,896.3 tCO₂e ที่ยังไม่ถูกรายงาน · ส่วนน้ำ คำตอบที่ดูตรงไปตรงมาคือเพิ่ม 486,000 ลบ.ม. หรือ 39.0% ซึ่งผิด ที่ต้องรวมจริงคือ 128,000 ลบ.ม. หรือ 10.3%