TSCWORLD AI AI-Powered Enterprise OS

ข้อมูลคู่ค้าและความยินยอม

228

คู่ค้า 158 รายมีคะแนนในระบบ — คู่ค้าที่รู้ว่าตัวเองมีคะแนน 0 ราย

โมดูล 28ช่องทางคู่ค้า 6
Live
คู่ค้าที่รู้ว่าตัวเองมีคะแนน
0ราย
ใช้ตัดสินการต่อสัญญา
ระบบมีคะแนนครบ 158 ราย
ไม่ต่อสัญญาเพราะคะแนนต่ำ
0ราย
ไม่มีรายใดได้รับแจ้ง
64.3% ของ 14 รายที่ไม่ต่อ
ผู้ติดต่อฝั่งคู่ค้า
0คน
เป็นบุคคลธรรมดา
เฉลี่ย 2.4 คนต่อคู่ค้าหนึ่งราย
ข้อมูลที่เจ้าของเห็นได้
0%
16 ประเภทที่ไม่เห็น
8 จาก 24 ประเภทที่ระบบเก็บ
ประเภทที่กำหนดระยะเก็บไว้
0ประเภท
ยังไม่มีเลย
จาก 24 ประเภท
สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ
0ฉบับ
เก็บเกินความจำเป็น
ใช้ครั้งเดียวตอนเปิดบัญชี

คะแนนคู่ค้ากับการต่อสัญญา ใช้ตัดสินได้ แต่คู่ค้าโต้แย้งไม่ได้

ต้องแก้ก่อนอื่น
คำถามคำตอบวันนี้ควรเป็นอย่างไรสถานะ
ระบบมีคะแนนของคู่ค้ากี่ราย158 ราย · 100%เท่าเดิมมีครบ
คู่ค้ารู้ว่าตัวเองมีคะแนนหรือไม่0 ราย · 0%ทุกรายที่ถูกให้คะแนนยังไม่แจ้ง
คู่ค้าเห็นคะแนนของตัวเองได้หรือไม่ไม่ได้เห็นได้ในช่องทางนี้ยังไม่มีช่องทาง
คู่ค้าโต้แย้งคะแนนได้หรือไม่ไม่ได้โต้แย้งได้พร้อมหลักฐานยังไม่มีช่องทาง
คะแนนถูกใช้ตัดสินการต่อสัญญาหรือไม่ใช่ · 9 จาก 14 รายเท่าเดิม แต่ต้องแจ้งเหตุผลยังไม่แจ้ง
ผู้ตัดสินไม่ต่อสัญญาเป็นคนหรือระบบคน · คณะกรรมการจัดซื้อเท่าเดิมถูกต้อง

9 ÷ 14 = 64.3% ของคู่ค้าที่ไม่ต่อสัญญาปีนี้มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ · การตัดสินใจไม่ต่อสัญญาเป็นของคณะกรรมการจัดซื้อทุกราย ไม่มีรายใดที่ระบบตัดออกเอง ซึ่งเป็นข้อบังคับที่หน้า 225 ระบุไว้

เรื่องนี้เป็นรูปแบบเดียวกับที่โมดูล 27 พบเรื่องคะแนนความเสี่ยงการลาออกทุกประการ — ข้อมูลถูกเก็บ ถูกคำนวณ และถูกใช้ตัดสินใจ โดยที่ผู้ถูกให้คะแนนไม่รู้ · ความต่างที่สำคัญคือพนักงานอยู่ในองค์กรและมีกฎหมายแรงงานคุ้มครอง ส่วนคู่ค้าเป็นคนนอกที่ความสัมพันธ์อยู่ใต้สัญญาทางการค้า · ในทางกฎหมาย บริษัทมีสิทธิเลือกคู่ค้าและมีสิทธิไม่ต่อสัญญาตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ ซึ่งไม่เปลี่ยนไปเพราะมีคะแนนหรือไม่มี · แต่ในทางปฏิบัติ คู่ค้าที่ไม่ได้ต่อสัญญาโดยไม่รู้เหตุผลไม่มีทางปรับปรุง และบริษัทก็เสียคู่ค้าที่อาจแก้ไขได้ · ที่สำคัญกว่านั้นคือคะแนนที่ใช้ตัดสินยังคำนวณจาก OTD ที่หน้า 224 พบว่าใช้ฐานวันไม่ตรง ซึ่งแปลว่าอาจมีคู่ค้าที่ถูกตัดออกด้วยคะแนนที่ไม่ควรต่ำขนาดนั้น · ลำดับที่ถูกคือแก้ฐานวันในหน้า 224 ก่อน คำนวณคะแนนใหม่ แล้วจึงเปิดให้คู่ค้าเห็น · การเปิดคะแนนที่ยังคำนวณผิดจะสร้างข้อโต้แย้งที่บริษัทตอบไม่ได้ ซึ่งแย่กว่าการไม่เปิดเลย

ข้อมูลที่ระบบเก็บจากคู่ค้า 24 ประเภท เจ้าของเห็นได้ 8 ประเภท

หมวดประเภทที่เก็บที่เจ้าของเห็นได้ระยะเก็บที่กำหนดไว้
ข้อมูลนิติบุคคลและการจดทะเบียน64ยังไม่กำหนด
ข้อมูลผู้ติดต่อและช่องทางติดต่อ53ยังไม่กำหนด
ข้อมูลบัญชีธนาคารและการชำระเงิน41ยังไม่กำหนด
คะแนนและผลการประเมิน50ยังไม่กำหนด
เอกสารประกอบการเปิดบัญชีคู่ค้า40ยังไม่กำหนด
รวม2480 ประเภท

6 + 5 + 4 + 5 + 4 = 24 ประเภท · 4 + 3 + 1 + 0 + 0 = 8 ประเภท ที่เจ้าของเห็นได้ = 33.3% · หมวดที่เจ้าของไม่เห็นเลยมี 2 หมวด รวม 9 ประเภท

ผู้ติดต่อฝั่งคู่ค้า 318 คนเป็นบุคคลธรรมดา แม้คู่ค้าจะเป็นนิติบุคคล ข้อมูลของเขาจึงเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 · ข้อมูลนิติบุคคลเอง เช่นเลขทะเบียนและที่อยู่สำนักงาน ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล จึงอยู่คนละเกณฑ์กัน และระบบแยกสองส่วนนี้ออกจากกันแล้ว · สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ 86 ฉบับเป็นข้อมูลส่วนบุคคลชัดเจน และถูกเก็บไว้หลังจากใช้ตรวจสอบตอนเปิดบัญชีคู่ค้าเสร็จแล้ว · การเก็บต่อโดยไม่มีวัตถุประสงค์ที่ยังใช้อยู่และไม่มีระยะเก็บกำหนดไว้ เป็นเรื่องที่ต้องทบทวน ซึ่งวิธีที่ใช้กันคือเก็บเฉพาะบันทึกว่าตรวจสอบแล้วเมื่อไรและโดยใคร แทนที่จะเก็บสำเนาเอกสารไว้ · การกำหนดระยะเก็บของทั้ง 24 ประเภทต้องทำร่วมกับที่ปรึกษากฎหมาย เพราะบางประเภทมีกฎหมายภาษีและกฎหมายบัญชีกำหนดระยะขั้นต่ำไว้แล้ว ซึ่งระบบไม่ตั้งค่าเองและส่งรายการทั้ง 24 ประเภทไปให้แล้ว

สิ่งที่ต้องเปิดให้คู่ค้าทำได้ เรียงตามลำดับที่ต้องทำ

แก้ฐานวันของ OTD ก่อนคำนวณคะแนนใหม่ทำที่หน้า 224 · ไม่ต้องใช้เงิน ต้องทำก่อน
เปิดให้คู่ค้าเห็นคะแนนของตนเองพร้อมส่วนประกอบทั้งห้าและที่มาของแต่ละส่วน ยังไม่ทำ
เปิดช่องทางโต้แย้งคะแนนพร้อมหลักฐานต้องมีคนพิจารณาและตอบทุกเรื่อง ยังไม่ทำ
กำหนดระยะเก็บของข้อมูลทั้ง 24 ประเภทต้องทำร่วมกับที่ปรึกษากฎหมาย ส่งไปแล้ว
ทบทวนสำเนาบัตรประชาชน 86 ฉบับเก็บบันทึกการตรวจสอบแทนสำเนาเอกสาร ยังไม่ทำ
แจ้งคู่ค้าว่าระบบเก็บข้อมูลอะไรบ้างปัจจุบันแจ้งตอนเปิดบัญชีคู่ค้าครั้งเดียว แจ้งแล้วแต่ครั้งเดียว

ลำดับสำคัญกว่าความเร็วในเรื่องนี้ — ข้อแรกต้องเสร็จก่อนข้อสอง เพราะการเปิดคะแนนที่คำนวณจากฐานผิดจะทำให้คู่ค้าโต้แย้งในเรื่องที่บริษัทรู้อยู่แล้วว่าผิด · ข้อสองกับข้อสามต้องทำพร้อมกัน เพราะการให้เห็นคะแนนโดยไม่มีทางโต้แย้งจะสร้างความไม่พอใจโดยไม่แก้อะไร · ข้อสามต้องเตรียมคนรองรับ เพราะเมื่อเปิดช่องทางโต้แย้ง จำนวนเรื่องจะมากในช่วงแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่โมดูล 27 เตือนไว้แล้วเมื่อเปิดช่องทางใช้สิทธิให้พนักงาน · ข้อสี่และห้าเป็นเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องรอที่ปรึกษากฎหมาย และควบคุมเวลาไม่ได้ จึงเริ่มส่งไปแล้ว · ข้อสุดท้ายทำแล้วแต่ทำครั้งเดียวตอนเปิดบัญชีคู่ค้า ซึ่งสำหรับคู่ค้าที่เปิดบัญชีมาหลายปีก็เท่ากับไม่เคยรู้ · ทั้งหกข้อไม่มีข้อใดที่ต้องใช้เงิน และสามข้อแรกทำได้ในระบบภายในไตรมาสเดียว

Data Security: AES-256 Encryption AI Model: TSC Supplier Data AI v1.0 (ต้นแบบ — ยังไม่ผูกผู้ให้บริการโมเดลจริง) Last Update: 31 พ.ค. 2569 10:24:36 ตัวเลขที่แสดง: ตามที่คู่ค้าได้รับจริง System Status: ปกติ

ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · ทุกตัวเลขบนหน้านี้กระทบยอดกับหน้า 224 · โมดูล 08 จัดซื้อจัดจ้าง · 95 กฎหมายได้ · ระบบให้คะแนนคู่ค้าทั้ง 158 ราย และคะแนนนี้ถูกใช้ประกอบการตัดสินใจต่อสัญญา แต่คู่ค้าที่รู้ว่าตัวเองมีคะแนนคือ 0 ราย · ปีนี้ไม่ต่อสัญญา 14 ราย ในนั้น 9 รายหรือ 64.3% มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ และไม่มีรายใดได้รับแจ้งว่าคะแนนเป็นเหตุผล · ผู้ติดต่อฝั่งคู่ค้า 318 คน เห็นข้อมูลของตัวเองได้ 8 จาก 24 ประเภทที่ระบบเก็บ คิดเป็น 33.3% และไม่มีประเภทใดที่กำหนดระยะเก็บไว้เลย · สำเนาบัตรประชาชนกรรมการคู่ค้า 86 ฉบับเก็บไว้เกินความจำเป็น เพราะใช้ตอนเปิดบัญชีคู่ค้าครั้งเดียวและไม่ได้ใช้อีก