อัตราเสร็จตรงเวลาที่ใช้ตัวหารไม่ครบ โครงการที่ช้าจนยังปิดไม่ได้ไม่เคยถูกนับ
แก้แล้วในหน้านี้| วิธีนับ | ตัวเศษ | ตัวหาร | ผลลัพธ์ | สิ่งที่หายไปจากตัวหาร |
|---|---|---|---|---|
| ที่รายงานอยู่ — เฉพาะที่ปิดแล้ว | 20 | 25 | 80.0% | 18 โครงการที่ยังไม่ปิด |
| โครงการที่ยังเปิดและยังไม่เลยกำหนด | 11 | — | — | ยังนับเป็นตรงเวลาได้ |
| โครงการที่ยังเปิดและเลยกำหนดแล้ว | — | 7 | — | กลุ่มที่หายไปทั้งหมด |
| นับครบทุกโครงการที่แตะปีนี้ | 31 | 43 | 72.1% | ไม่มี |
20 ÷ 25 = 80.0% · (20 + 11) ÷ (25 + 18) = 31 ÷ 43 = 72.1% ✓ · ส่วนต่าง 7.9 จุด · โครงการที่เลยกำหนดแล้วแต่ยังไม่ปิด 7 โครงการ คิดเป็น 38.9% ของโครงการที่กำลังดำเนินการ
นี่คือความผิดพลาดแบบตัวหารมีแต่ผู้รอด ซึ่งเกิดขึ้นเองโดยไม่มีใครตั้งใจ — เพราะโครงการจะเข้าสถิติได้ก็ต่อเมื่อปิดแล้ว และโครงการที่ช้ามากที่สุดคือโครงการที่ยังปิดไม่ได้ · ผลคือยิ่งโครงการช้ามากเท่าไร ยิ่งไม่ปรากฏในตัวเลขนานเท่านั้น ซึ่งเป็นทิศทางที่ตรงข้ามกับที่ควรเป็น · 7 โครงการที่เลยกำหนดแล้วคิดเป็น 38.9% ของโครงการที่กำลังดำเนินการทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ถ้าเห็นตั้งแต่แรกจะเปลี่ยนบทสนทนาในที่ประชุมทันที · ทางแก้ไม่ใช่การรอให้ปิดแล้วค่อยนับ แต่คือนับโครงการที่ยังเปิดอยู่ด้วยสถานะ ณ วันที่รายงาน โครงการที่ยังไม่ถึงกำหนดนับเป็นตรงเวลา โครงการที่เลยกำหนดแล้วนับเป็นไม่ตรงเวลาทันที ไม่ต้องรอผลสุดท้าย · ตัวเลข 72.1% จะขยับทุกเดือนตามสถานะจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ 80.0% ทำไม่ได้เพราะขยับเฉพาะตอนมีโครงการปิด · ระบบจึงแสดง 72.1% เป็นตัวหลัก และแสดง 80.0% ไว้ข้าง ๆ พร้อมป้ายว่านับเฉพาะที่ปิดแล้ว
เงินที่ใช้เทียบกับงานที่ได้ ใช้ไป 74.0% ได้งาน 68.0%
| รายการ | จำนวน (ล้านบาท) | สัดส่วน | ที่มา |
|---|---|---|---|
| งบที่อนุมัติแล้ว | 1,284.60 | 100.0% | ตรงกับหน้า Investment AI |
| เงินที่ใช้ไปสะสม | 950.60 | 74.0% | ในนั้นเป็นการใช้ปีนี้ ฿325.22M |
| มูลค่างานที่ทำได้จริง | 873.53 | 68.0% | 1,284.60 × ความคืบหน้าที่รายงาน |
| ส่วนต่าง | −77.07 | −6.0 จุด | จ่ายไปมากกว่างานที่ได้ |
| ประมาณการเมื่อจบ | 1,397.82 | 108.8% | 1,284.60 ÷ 0.919 |
950.60 ÷ 1,284.60 = 74.0% · 1,284.60 × 68.0% = ฿873.53M · ดัชนีต้นทุน 873.53 ÷ 950.60 = 0.919 — ทุกบาทที่จ่ายได้งานมูลค่า 0.92 บาท · ประมาณการเมื่อจบ 1,284.60 ÷ 0.919 = ฿1,397.82M เกินงบ ฿113.22M = 8.8%
ตัวเลขทั้งหมดในตารางนี้ตั้งอยู่บนความคืบหน้า 68.0% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้จัดการโครงการรายงานเอง ไม่ได้วัดจากงานที่ตรวจรับแล้ว — ถ้าตัวเลขนั้นสูงเกินจริง ส่วนต่างที่แท้จริงจะมากกว่า ฿77.07M · และเนื่องจากผู้จัดการโครงการถูกประเมินด้วยความคืบหน้าที่ตัวเองรายงาน แรงจูงใจจึงเอนไปทางรายงานสูงไว้ก่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องของความซื่อสัตย์ส่วนบุคคล แต่เป็นผลของการออกแบบตัวชี้วัด · วิธีที่ลดปัญหานี้คือผูกความคืบหน้ากับสิ่งที่ตรวจรับได้ เช่นงานที่ผ่านการตรวจรับแล้ว หรือใบส่งของที่รับเข้าแล้ว ไม่ใช่การประเมินเป็นเปอร์เซ็นต์ · ปัจจุบันมีเพียง 6 โครงการจาก 18 โครงการที่วัดความคืบหน้าจากงานที่ตรวจรับแล้ว ที่เหลืออีก 12 โครงการยังเป็นการประเมิน · ระบบจึงติดป้ายบอกทุกโครงการว่าความคืบหน้ามาจากการวัดหรือการประเมิน และไม่รวมสองแบบเข้าเป็นตัวเลขเดียวโดยไม่บอก · ประมาณการเกินงบ ฿113.22M ยังไม่ถือเป็นการขอเพิ่มงบ เป็นการเตือนล่วงหน้าเพื่อให้ตรวจสอบ ซึ่งการขออนุมัติเพิ่มงบเป็น Level E ที่ต้องผ่านคณะกรรมการ
โครงการที่ใช้งานแล้วแต่ยังไม่โอนเข้าทะเบียน 6 โครงการ · ฿184.20M · ค่าเสื่อมขาด ฿10.80M
| ประเภทโครงการ | มูลค่า | ใช้งานมาแล้ว | ค่าเสื่อมที่ขาด | เหตุที่ยังไม่โอน |
|---|---|---|---|---|
| ปรับปรุงสายการผลิต | ฿72.40M | 9 เดือน | ฿5.43M | รอปิดงานส่วนที่เหลือ 3% |
| ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค | ฿48.60M | 8 เดือน | ฿3.24M | รอเอกสารตรวจรับจากผู้รับเหมา |
| ปรับปรุงอาคารคลังสินค้า | ฿32.80M | 5 เดือน | ฿1.37M | รอสรุปค่างานเพิ่ม |
| ระบบสารสนเทศ 3 โครงการ | ฿30.40M | 3 เดือน | ฿0.76M | รอปิดงานอบรมผู้ใช้ |
| รวม | ฿184.20M | ถ่วงน้ำหนัก 7.03 เดือน | ฿10.80M |
สินทรัพย์ต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่ออยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตามที่ฝ่ายบริหารตั้งใจ ไม่ใช่เมื่อโครงการปิดทางบัญชี — ทั้งหกโครงการนี้ใช้งานจริงมาแล้วเฉลี่ย 7 เดือน แต่ยังอยู่ในบัญชีงานระหว่างก่อสร้างซึ่งไม่คิดค่าเสื่อม · ผลคือค่าเสื่อมราคาขาดไป ฿10.80M และกำไรสูงกว่าที่ควรเป็นเท่ากัน ซึ่งเป็นรายการที่ผู้สอบบัญชีตรวจพบได้และต้องปรับปรุงย้อนหลัง · สาเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เจตนา แต่เป็นเพราะการปิดโครงการทางบัญชีถูกผูกกับการปิดงานทางเทคนิคซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน โครงการปรับปรุงสายการผลิตที่รอปิดงานส่วนที่เหลือ 3% เดินเครื่องผลิตของขายมาเก้าเดือนแล้ว · ระบบจึงแยกสองสถานะออกจากกัน คือวันที่พร้อมใช้งานและวันที่ปิดโครงการ และแจ้งโมดูลบัญชีทันทีที่มีการบันทึกวันพร้อมใช้งาน ไม่รอปิดโครงการ · รายการทั้งหกนี้ถูกส่งไปที่โมดูล 13 บัญชีและโมดูล 15 บริหารสินทรัพย์แล้ว พร้อมตัวเลขค่าเสื่อมที่ต้องปรับปรุง
โครงการที่ต้องดูก่อน 7 โครงการที่เลยกำหนดแล้ว
| โครงการ | งบ | ใช้ไป | คืบหน้า | เลยกำหนด | สาเหตุหลัก |
|---|---|---|---|---|---|
| ระบบอัตโนมัติสายการผลิต ระยะที่ 2 | ฿286.40M | 78% | 64% | 112 วัน | อุปกรณ์นำเข้ามาช้า |
| ขยายคลังสินค้าโซน D | ฿148.20M | 82% | 76% | 68 วัน | งานฐานรากพบดินอ่อน |
| ระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI | ฿96.80M | 71% | 58% | 54 วัน | ขอบเขตขยายระหว่างทาง |
| ปรับปรุงระบบไฟฟ้าโรงงาน 2 | ฿64.20M | 88% | 84% | 42 วัน | ต้องหยุดสายผลิตจึงทำได้ |
| ระบบบริหารคลังอัตโนมัติ | ฿52.40M | 64% | 52% | 38 วัน | ผู้รับเหมาขาดคน |
| อีก 2 โครงการ | %฿38.60M | %69% | %61% | %เฉลี่ย 24 วัน | — |
| รวม 7 โครงการ | ฿686.60M | 77% | 67% | เฉลี่ย 62 วัน |
7 โครงการนี้คิดเป็น ฿686.60M หรือ 53.4% ของงบที่กำลังดำเนินการทั้งหมด ฿1,284.60M · ทั้งกลุ่มใช้เงินไป 77% แต่คืบหน้า 67% ซึ่งแย่กว่าค่าเฉลี่ยรวมที่ 74% ต่อ 68%
7 โครงการที่ล่าช้าคิดเป็นเพียง 38.9% ของจำนวนโครงการ แต่เป็น 53.4% ของงบประมาณ — ซึ่งหมายความว่าโครงการใหญ่ล่าช้ามากกว่าโครงการเล็กอย่างเป็นระบบ · สาเหตุที่พบไม่มีข้อไหนเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ทั้งหมด อุปกรณ์นำเข้ามาช้าเป็นเรื่องที่เผื่อเวลาได้ตั้งแต่วางแผน ดินอ่อนเป็นเรื่องที่สำรวจก่อนได้ และขอบเขตที่ขยายระหว่างทางเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ทั้งหมด · โครงการระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ที่ขอบเขตขยายระหว่างทาง เป็นกรณีที่ต้องแยกให้ชัดว่าล่าช้าหรือเปลี่ยนงาน ถ้าขอบเขตเพิ่มโดยไม่ได้เลื่อนกำหนดตามด้วย การนับว่าล่าช้าเป็นการวัดที่ไม่เป็นธรรมกับทีม · ระบบจึงบันทึกทุกการเปลี่ยนขอบเขตพร้อมผลต่อกำหนดเวลาและงบประมาณ และการอนุมัติเปลี่ยนขอบเขตเป็น Level E · ปัจจุบันมี 4 จาก 18 โครงการที่ขอบเขตเปลี่ยนโดยไม่มีการปรับกำหนดเวลาตาม ซึ่งเป็นรายการที่ต้องทบทวนก่อนใช้ตัวเลขความล่าช้าประเมินใคร
ขอบเขตอำนาจในงานโครงการ สิ่งที่ AI ทำเองได้และไม่ได้
| การกระทำ | ระดับที่อนุญาต | ผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย | สถานะ |
|---|---|---|---|
| จัดลำดับงานและหาเส้นทางวิกฤต | LEVEL B — เสนอ คนกดยืนยัน | ผู้จัดการโครงการ | ใช้งานอยู่ |
| เตือนความเสี่ยงและความขัดแย้งของทรัพยากร | LEVEL B — แจ้งอัตโนมัติ | ผู้จัดการโครงการ | ใช้งานอยู่ |
| เสนอแผนแก้เมื่อโครงการเริ่มช้า | LEVEL C — เสนอพร้อมเหตุผล | ผู้จัดการโครงการ | ใช้งานอยู่ |
| ปรับกำหนดเวลางานย่อยที่ไม่กระทบวันส่งมอบ | LEVEL D — ทำได้ในกรอบ | ผู้จัดการโครงการ | จำกัดกรอบ |
| อนุมัติเปลี่ยนขอบเขตโครงการ | LEVEL E — คนอนุมัติเท่านั้น | คณะกรรมการโครงการ | ห้าม AI ทำเอง |
| อนุมัติเพิ่มงบประมาณโครงการ | LEVEL E — คนอนุมัติเท่านั้น | ผู้มีอำนาจตามวงเงิน | ห้าม AI ทำเอง |
การเปลี่ยนขอบเขตและการเพิ่มงบประมาณเป็นสองเรื่องที่ต้องผ่านคน เพราะทั้งคู่เปลี่ยนสิ่งที่คณะกรรมการเคยอนุมัติไว้ — โครงการที่ได้รับอนุมัติมาพร้อมกับเหตุผลว่าคุ้มค่าที่งบเท่านี้และขอบเขตเท่านี้ การเปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่งทำให้เหตุผลนั้นไม่จริงอีกต่อไป · AI คำนวณผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งต่อกำหนดเวลา ต้นทุน และมูลค่าปัจจุบันสุทธิ แต่ตัดสินใจแทนไม่ได้ · ระบบบันทึกทุกการเปลี่ยนขอบเขตพร้อมผลต่อกำหนดเวลาและงบ ไม่ให้เปลี่ยนโดยไม่ระบุผลกระทบ เพราะการเปลี่ยนขอบเขตแบบไม่บันทึกคือสาเหตุที่ทำให้โครงการดูล่าช้าทั้งที่ทำงานมากขึ้น · การปรับกำหนดเวลางานย่อยที่ไม่กระทบวันส่งมอบทำได้ในกรอบที่กำหนด แต่ระบบจะเตือนเมื่อการปรับสะสมเริ่มกินเวลาสำรองของเส้นทางวิกฤตจนเหลือน้อยกว่า 5 วัน เพราะจากจุดนั้นการปรับครั้งถัดไปจะกระทบวันส่งมอบทันที
ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · ทุกตัวเลขบนหน้านี้กระทบยอดกับโมดูล 14 การเงิน · 13 บัญชี · 15 บริหารสินทรัพย์ได้ · อัตราโครงการเสร็จตรงเวลา 80.0% นับเฉพาะ 25 โครงการที่ปิดแล้ว โครงการที่ช้าจนยังปิดไม่ได้อีก 7 โครงการไม่เคยเข้าตัวหาร ค่าที่นับครบทั้ง 43 โครงการคือ 72.1% ต่างกัน 7.9 จุด · ความคืบหน้า 68.0% เป็นตัวเลขที่ผู้จัดการโครงการรายงานเอง ไม่ได้วัดจากงานที่ตรวจรับแล้ว ดัชนีต้นทุน 0.919 ที่คำนวณจากตัวเลขนี้จึงพึ่งพาการประเมินของคนที่ถูกประเมินด้วยตัวเลขเดียวกัน · ถ้าอัตราการใช้เงินต่อความคืบหน้าคงเดิม โครงการทั้งชุดจะเกินงบ ฿113.22M หรือ 8.8% · โครงการที่ใช้งานได้แล้วแต่ยังอยู่ในบัญชีงานระหว่างก่อสร้าง 6 โครงการ ฿184.20M ทำให้ค่าเสื่อมราคาขาดไป ฿10.80M ซึ่งทำให้กำไรสูงกว่าที่ควรเป็น