เวลาสำรองที่ถูกบวกซ้ำ งานบนเส้นทางเดียวกันใช้เวลาสำรองร่วมกัน
แก้แล้วในหน้านี้| งานบนเส้นทางเดียวกัน | เวลาสำรองที่แสดงรายงาน | ใช้ร่วมกับงานอื่นหรือไม่ | ผลถ้าใช้ไปแล้ว |
|---|---|---|---|
| งานฐานรากส่วนที่ 2 | 9 วัน | ใช้ร่วมทั้งเส้นทาง | งานถัดไปเหลือ 0 วัน |
| งานโครงสร้างเหล็ก | 9 วัน | ใช้ร่วมทั้งเส้นทาง | งานถัดไปเหลือ 0 วัน |
| งานหลังคาและผนัง | 8 วัน | ใช้ร่วมทั้งเส้นทาง | งานถัดไปเหลือ 0 วัน |
| อีก 5 งานบนเส้นทางเดียวกัน | %36 วัน | ใช้ร่วมทั้งเส้นทาง | งานถัดไปเหลือ 0 วัน |
| ที่รายงานว่ามี — ผลบวกทั้งแปดงาน | 62 วัน | — | ผิด |
| ที่ใช้ได้จริง — เวลาสำรองของเส้นทาง | 9 วัน | — | ถูก |
9 + 9 + 8 + 36 = 62 วัน ซึ่งเป็นผลบวกที่คำนวณถูกแต่ใช้ไม่ได้ · เวลาสำรองที่ใช้ได้จริงของเส้นทางคือ 9 วัน ซึ่งเป็นเวลาสำรองของทั้งเส้นทางร่วมกัน ไม่ใช่ของแต่ละงาน · 62 ÷ 9 = 6.9 เท่า
เวลาสำรองของงานที่ต่อกันเป็นลูกโซ่เป็นของร่วม ไม่ใช่ของแต่ละงาน — ถ้างานแรกใช้เวลาสำรองไป 9 วัน งานที่เหลือทั้งเจ็ดงานจะเหลือศูนย์ทันที เพราะทุกงานเลื่อนตามกันไปหมด · การบวกเวลาสำรองรายงานแล้วรายงานเป็นยอดรวมทำให้แผนดูปลอดภัยกว่าความจริงเกือบเจ็ดเท่า ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยเพราะระบบวางแผนส่วนใหญ่แสดงเวลาสำรองรายงานให้ดูง่าย แล้วคนก็บวกเอง · ผลที่เกิดจริงคือเมื่องานฐานรากช้าไป 9 วันเพราะพบดินอ่อน ทีมงานคิดว่ายังเหลือสำรองอีก 53 วัน ทั้งที่ความจริงคือใช้หมดแล้วและทุกวันที่ช้าเพิ่มจากนี้จะเลื่อนวันส่งมอบทันที · ระบบจึงไม่แสดงยอดรวมเวลาสำรองของโครงการเลย แสดงเฉพาะเวลาสำรองของแต่ละเส้นทาง และเตือนเมื่อเหลือน้อยกว่า 5 วัน · โครงการขยายคลังสินค้าโซน D ปัจจุบันเลยกำหนดไป 68 วันแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับการที่เวลาสำรองจริงมีเพียง 9 วัน
โครงการที่รายงานว่างานเสร็จตรงวันทุกงาน 3 โครงการ · 486 งาน · ไม่มีงานใดคลาดเลย
| โครงการ | งานย่อย | เสร็จก่อนกำหนด | ตรงวันพอดี | เสร็จหลังกำหนด | ข้อสังเกต |
|---|---|---|---|---|---|
| ระบบสารสนเทศคลังสินค้า | 186 | 0 | 186 | 0 | ปรับวันย้อนหลัง 142 ครั้ง |
| ปรับปรุงระบบไฟฟ้าอาคาร 1 | 164 | 0 | 164 | 0 | ปรับวันย้อนหลัง 118 ครั้ง |
| ติดตั้งระบบความปลอดภัย | 136 | 0 | 136 | 0 | ปรับวันย้อนหลัง 96 ครั้ง |
| ค่าเฉลี่ยของอีก 15 โครงการ | 253 | 18.4% | 24.6% | 57.0% | กระจายตามปกติ |
| รวม 3 โครงการ | 486 | 0 | 486 | 0 | ปรับวันย้อนหลัง 356 ครั้ง |
186 + 164 + 136 = 486 งาน ✓ · การปรับวันย้อนหลัง 142 + 118 + 96 = 356 ครั้ง = 73.3% ของงานทั้งสามโครงการ · เทียบกับอีก 15 โครงการที่งานเสร็จตรงวันพอดีเพียง 24.6%
งานเสร็จตรงวันพอดีทุกงานเป็นสัญญาณเตือน ไม่ใช่ผลงาน — ในโครงการที่บันทึกตามจริง งานจะเสร็จก่อนบ้างหลังบ้าง ซึ่งอีก 15 โครงการแสดงการกระจายแบบนั้น · ตัวเลขที่บอกสาเหตุคือการปรับวันกำหนดย้อนหลัง 356 ครั้ง คิดเป็น 73.3% ของงานทั้งสามโครงการ คือเมื่องานจะเสร็จช้า วันกำหนดถูกเลื่อนตามไปด้วยก่อนบันทึกผล · นี่ไม่ใช่การปลอมแปลงข้อมูล และมักเกิดจากความเข้าใจว่าการปรับแผนให้ตรงกับความจริงคือสิ่งที่ควรทำ ซึ่งถูกในแง่การวางแผน แต่ทำให้สถิติความตรงเวลาไม่มีความหมาย · ผลคือทั้งสามโครงการนี้จะไม่มีวันปรากฏในรายการโครงการล่าช้า ไม่ว่าจะช้าแค่ไหน · ระบบจึงเก็บวันกำหนดตั้งต้นแยกจากวันกำหนดปัจจุบันเสมอ และวัดความตรงเวลาจากวันตั้งต้น ส่วนวันกำหนดปัจจุบันใช้สำหรับการวางแผนงานถัดไปเท่านั้น · การปรับวันยังทำได้ตามปกติ แต่ต้องระบุเหตุผลและระบบจะบันทึกทั้งวันเดิมและวันใหม่ไว้
โครงการที่ไม่มีเวลาสำรองเหลือ 5 โครงการที่แผนไม่มีที่ให้พลาด
| โครงการ | เวลาสำรองของเส้นทางวิกฤต | งานบนเส้นทางวิกฤต | สถานะ | สิ่งที่จะเกิดถ้าพลาดหนึ่งวัน |
|---|---|---|---|---|
| ระบบอัตโนมัติสายการผลิต ระยะที่ 2 | −112 วัน | 84 | เลยกำหนดแล้ว | เลื่อนวันส่งมอบเพิ่มอีกหนึ่งวัน |
| ขยายคลังสินค้าโซน D | −68 วัน | 72 | เลยกำหนดแล้ว | เลื่อนวันส่งมอบเพิ่มอีกหนึ่งวัน |
| ระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI | −54 วัน | 46 | เลยกำหนดแล้ว | เลื่อนวันส่งมอบเพิ่มอีกหนึ่งวัน |
| ปรับปรุงเครื่องจักรสายผลิต 3 | 0 วัน | 38 | ไม่มีที่ให้พลาด | เลื่อนวันส่งมอบทันที |
| ระบบจ่ายไฟสำรอง | 2 วัน | 24 | ต่ำกว่าเกณฑ์เตือน 5 วัน | เหลือ 1 วัน |
5 โครงการนี้มีงานบนเส้นทางวิกฤตรวม 264 งาน = 41.1% ของงานบนเส้นทางวิกฤตทั้งหมด 642 งาน · เวลาสำรองเฉลี่ยของทั้งระบบ 12.4 วันไม่ได้รวมโครงการที่ติดลบ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ค่าเฉลี่ยดูดีกว่าความจริง
เวลาสำรองเฉลี่ย 12.4 วันที่แสดงเป็นตัวชี้วัดหลักคำนวณจากงานที่ไม่อยู่บนเส้นทางวิกฤตเท่านั้น — ซึ่งเป็นงานที่ตามนิยามแล้วมีเวลาสำรองอยู่แล้ว ค่าเฉลี่ยนี้จึงไม่มีทางต่ำและไม่บอกอะไรเลย · ตัวเลขที่ควรดูคือเวลาสำรองของเส้นทางวิกฤตแต่ละโครงการ ซึ่งสามโครงการติดลบและอีกสองโครงการอยู่ที่ศูนย์กับสองวัน · โครงการที่เวลาสำรองเป็นศูนย์เป็นสภาวะที่แผนบอกว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่คิดไว้ทุกงาน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นจริงในโครงการใด · การตอบสนองที่มักเห็นคือการอัดงานให้ทำขนานกันมากขึ้นเพื่อดึงกำหนดกลับมา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงแทนที่จะลด เพราะงานที่ทำขนานกันต้องใช้คนพร้อมกัน ซึ่งเชื่อมตรงกับปัญหาการจัดสรรคนในหน้า 194 · ทางเลือกที่ตรงกว่าคือลดขอบเขตหรือเลื่อนวันส่งมอบอย่างเปิดเผย ซึ่งทั้งคู่เป็น Level E ที่ต้องผ่านคณะกรรมการโครงการ · ระบบไม่เสนอทางเลือกใดให้โดยอัตโนมัติ แต่คำนวณผลของแต่ละทางให้ครบเพื่อให้คนตัดสิน
งานบนเส้นทางวิกฤตแยกตามประเภท 642 งาน · 15.0% ของงานทั้งหมด
- งานก่อสร้างและติดตั้ง246 (38.3%)
- งานจัดซื้อและรอของ178 (27.7%)
- งานทดสอบและตรวจรับ124 (19.3%)
- งานขออนุญาตหน่วยงานภายนอก62 (9.7%)
- งานอบรมและส่งมอบ32 (5.0%)
246 + 178 + 124 + 62 + 32 = 642 งาน ✓ · 38.3 + 27.7 + 19.3 + 9.7 + 5.0 = 100.0% ✓ · 642 ÷ 4,286 = 15.0% ของงานย่อยทั้งหมด
งานจัดซื้อและรอของ 178 งานคิดเป็น 27.7% ของงานบนเส้นทางวิกฤต ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควบคุมได้น้อยที่สุดแต่วางแผนล่วงหน้าได้มากที่สุด — เวลารอของนำเข้าเป็นสิ่งที่รู้ตั้งแต่ตอนออกใบสั่งซื้อ · โครงการระบบอัตโนมัติสายการผลิตที่ล่าช้า 112 วันมีสาเหตุหลักคืออุปกรณ์นำเข้ามาช้า ซึ่งเป็นงานกลุ่มนี้ และเป็นสิ่งที่หน้า 185 ในโมดูลโลจิสติกส์พบว่าเกิดจากการเริ่มเรื่องเอกสารช้าเช่นกัน · งานขออนุญาตหน่วยงานภายนอก 62 งานเป็นกลุ่มที่ควบคุมไม่ได้จริง ๆ และควรเผื่อเวลาไว้มากกว่าที่ประเมิน ปัจจุบันหลายโครงการเผื่อไว้ตามเวลาที่หน่วยงานประกาศ ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้ ไม่ใช่เวลาปกติ · งานอบรมและส่งมอบเพียง 32 งานอยู่บนเส้นทางวิกฤต ซึ่งน้อยผิดปกติ มักเป็นเพราะงานกลุ่มนี้ถูกวางไว้ท้ายสุดโดยไม่ผูกกับงานอื่น ทำให้ดูเหมือนไม่วิกฤต แต่เป็นงานที่ตัดสินว่าผู้ใช้จะใช้ระบบเป็นหรือไม่ · สามโครงการที่ปิดไปแล้วปีนี้มีปัญหาการใช้งานหลังส่งมอบด้วยเหตุนี้
สิ่งที่ AI ทำกับแผนงานได้และไม่ได้ ขอบเขตอำนาจในการปรับแผน
| การกระทำ | ระดับที่อนุญาต | ผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย | สถานะ |
|---|---|---|---|
| หาเส้นทางวิกฤตและคำนวณเวลาสำรอง | LEVEL A — ทำอัตโนมัติ | ระบบ | เป็นการคำนวณล้วน |
| เตือนเมื่อเวลาสำรองเหลือน้อยกว่า 5 วัน | LEVEL B — แจ้งอัตโนมัติ | ผู้จัดการโครงการ | ใช้งานอยู่ |
| เสนอลำดับงานใหม่เมื่อเริ่มช้า | LEVEL C — เสนอพร้อมเหตุผล | ผู้จัดการโครงการ | ใช้งานอยู่ |
| ปรับวันงานย่อยในกรอบที่ไม่กระทบวันส่งมอบ | LEVEL D — ทำได้ในกรอบ | ผู้จัดการโครงการ | บันทึกวันเดิมไว้ |
| เลื่อนวันส่งมอบโครงการ | LEVEL E — คนอนุมัติเท่านั้น | คณะกรรมการโครงการ | ห้าม AI ทำเอง |
| ปรับวันกำหนดตั้งต้นที่ใช้วัดความตรงเวลา | LEVEL E — คนอนุมัติเท่านั้น | คณะกรรมการโครงการ | ห้ามทั้งคนและ AI โดยพลการ |
วันกำหนดตั้งต้นที่ใช้วัดความตรงเวลาแก้ไม่ได้โดยพลการ แม้แต่ผู้จัดการโครงการเอง — เพราะเป็นตัวเลขที่ใช้ประเมินโครงการและประเมินคน การให้คนที่ถูกประเมินแก้ตัวตั้งวัดเองทำให้การวัดไม่มีความหมาย · สามโครงการที่ทุกงานเสร็จตรงวันพอดีเกิดจากช่องโหว่ตรงนี้ ซึ่งปิดแล้วในระบบนี้ การปรับวันยังทำได้แต่วันเดิมจะถูกเก็บไว้และใช้เป็นตัวตั้งวัดต่อไป · การเลื่อนวันส่งมอบโครงการเป็นเรื่องที่ต้องผ่านคณะกรรมการเพราะกระทบสิ่งที่เคยอนุมัติไว้ เช่นเดียวกับการเปลี่ยนขอบเขตและงบประมาณ · AI คำนวณผลของการเลื่อนได้ทั้งต่อต้นทุน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ และโครงการอื่นที่ใช้คนกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่เสนอว่าควรเลื่อนหรือไม่ · การปรับวันงานย่อยในกรอบทำได้ แต่ระบบจะเตือนเมื่อการปรับสะสมเริ่มกินเวลาสำรองของเส้นทางวิกฤตจนเหลือน้อยกว่า 5 วัน เพราะจากจุดนั้นการปรับครั้งถัดไปจะกระทบวันส่งมอบทันที
ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · เวลาสำรองของงานที่อยู่บนเส้นทางเดียวกันบวกกันไม่ได้ โครงการขยายคลังสินค้าโซน D รายงานว่ามีเวลาสำรองรวม 62 วันจากการบวกงาน 8 งาน แต่ทั้งแปดงานใช้เวลาสำรองร่วมกัน ค่าที่ใช้ได้จริงคือ 9 วัน ต่างกัน 6.9 เท่า · โครงการ 3 โครงการรายงานว่างานทั้ง 486 งานเสร็จตรงวันพอดีทุกงาน ซึ่งในทางสถิติแทบเป็นไปไม่ได้ แปลว่ากำหนดวันถูกปรับตามหลังงาน ไม่ใช่งานเสร็จตรงกำหนด · เวลาสำรองเฉลี่ย 12.4 วันซ่อนว่ามี 5 โครงการที่เวลาสำรองเป็นศูนย์หรือติดลบ ซึ่งเป็นโครงการที่ไม่มีที่ให้พลาดเลยแม้แต่วันเดียว · ระบบบันทึกวันกำหนดเดิมไว้เสมอเมื่อมีการปรับ และไม่ให้ปรับโดยไม่ระบุเหตุผล