ดัชนีต้นทุนแยกตามวิธีวัดความคืบหน้า ส่วนต่าง 0.085 คือขนาดของอคติที่วัดได้
ตัวเลขที่สำคัญที่สุดของหน้านี้| กลุ่ม | โครงการ | งบ | ใช้ไป | งานที่ได้ | ดัชนีต้นทุน |
|---|---|---|---|---|---|
| วัดจากงานที่ตรวจรับแล้ว | 6 | ฿586.40M | ฿445.60M | ฿389.45M | 0.874 |
| ประเมินเป็นเปอร์เซ็นต์เอง | 12 | ฿698.20M | ฿505.00M | ฿484.08M | 0.959 |
| รวมที่รายงาน | 18 | ฿1,284.60M | ฿950.60M | ฿873.53M | 0.919 |
| ส่วนต่างของสองกลุ่ม | — | — | — | — | 0.085 |
586.40 + 698.20 = ฿1,284.60M ✓ · 445.60 + 505.00 = ฿950.60M ✓ · 389.45 + 484.08 = ฿873.53M ✓ ตรงกับหน้า 190 ทั้งสามบรรทัด · ดัชนีกลุ่มแรก 389.45 ÷ 445.60 = 0.874 · กลุ่มที่สอง 484.08 ÷ 505.00 = 0.959
ไม่มีเหตุผลทางเทคนิคใดที่โครงการซึ่งวัดความคืบหน้าด้วยวิธีต่างกัน จะมีประสิทธิภาพต้นทุนต่างกันอย่างเป็นระบบ — ทั้งสองกลุ่มมีประเภทงานผสมกันคล้ายกัน ขนาดงบใกล้เคียงกัน และใช้ผู้รับเหมากลุ่มเดียวกัน · คำอธิบายที่เหลืออยู่คือกลุ่มที่ประเมินเองรายงานความคืบหน้าสูงกว่าความจริง ทำให้มูลค่างานที่ทำได้ดูสูงตาม และดัชนีต้นทุนดูดีขึ้น · ส่วนต่าง 0.085 จึงเป็นการวัดขนาดของอคติในการรายงานที่ทำได้โดยไม่ต้องไปตรวจสอบโครงการทีละโครงการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้เพราะมีสองกลุ่มให้เทียบกัน · ถ้าทั้ง 18 โครงการใช้วิธีประเมินเองเหมือนกันหมด จะไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเลขเอนไปทางไหน ซึ่งเป็นสภาพก่อนที่จะมีโครงการกลุ่มแรก · ข้อเสนอคือเปลี่ยนทั้ง 12 โครงการให้วัดจากงานที่ตรวจรับแล้ว ซึ่งทำได้ทันทีเพราะข้อมูลการตรวจรับมีอยู่ในระบบจัดซื้ออยู่แล้ว · ระหว่างที่ยังไม่เปลี่ยน ระบบจะแสดงดัชนีสองตัวแยกกันเสมอ พร้อมป้ายบอกวิธีวัด
ประมาณการเมื่อจบภายใต้สองสมมติฐาน ต่างกัน ฿71.98M
| สมมติฐาน | ประมาณการเมื่อจบ | เกินงบ | เกินงบ % | ความน่าเชื่อถือ |
|---|---|---|---|---|
| ใช้ดัชนีที่แต่ละกลุ่มรายงาน | ฿1,397.82M | ฿113.22M | 8.8% | พึ่งการรายงานตนเอง |
| ใช้ดัชนีที่วัดได้ 0.874 ทั้งหมด | ฿1,469.80M | ฿185.20M | 14.4% | อิงข้อมูลตรวจรับ |
| ส่วนต่างของสองสมมติฐาน | ฿71.98M | ฿71.98M | 5.6 จุด | — |
586.40 ÷ 0.874 = ฿670.94M · 698.20 ÷ 0.874 = ฿798.86M · รวม ฿1,469.80M → เกินงบ 1,469.80 − 1,284.60 = ฿185.20M = 14.4% · ส่วนต่างจากที่รายงาน 185.20 − 113.22 = ฿71.98M
ตัวเลข ฿185.20M ไม่ใช่การพยากรณ์ว่าจะเกินงบเท่านี้ แต่เป็นการแสดงว่าคำตอบเปลี่ยนไปเท่าไรเมื่อเปลี่ยนสมมติฐานเดียว — และสมมติฐานที่เปลี่ยนคือเชื่อการรายงานตนเองหรือเชื่อข้อมูลที่ตรวจรับได้ · ทั้งสองตัวเลขควรถูกนำเสนอคู่กัน ไม่ใช่เลือกตัวใดตัวหนึ่ง เพราะตัวแรกบอกสถานะที่รายงาน ส่วนตัวหลังบอกความเสี่ยงที่ตัวเลขนั้นดีเกินจริง · ความต่าง 5.6 จุดของอัตราเกินงบเป็นขนาดที่ใหญ่พอจะเปลี่ยนการตัดสินใจ เพราะการเกินงบ 8.8% มักถูกจัดการภายในโครงการ ส่วน 14.4% ต้องขออนุมัติเพิ่มงบจากคณะกรรมการ · ห้องกู้เพิ่มตามเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ที่โมดูล 14 คำนวณไว้อยู่ที่ ฿171.63M ซึ่งน้อยกว่าการเกินงบตามสมมติฐานที่สอง หมายความว่าถ้าเกิดขึ้นจริงจะต้องเลื่อนโครงการอื่นออกไป ไม่ใช่กู้เพิ่ม · เรื่องนี้ต้องส่งให้โมดูล 14 การเงินทราบล่วงหน้า ไม่ใช่รอจนต้องขอเงิน
ต้นทุนที่ใช้ไปแยกตามประเภท ฿950.60M · ยังไม่รวมค่าคนที่ปันไม่ครบ
- ค่าอุปกรณ์และเครื่องจักร486.20 (51.2%)
- ค่าก่อสร้างและติดตั้ง284.60 (29.9%)
- ค่าที่ปรึกษาและออกแบบ96.40 (10.1%)
- ค่าซอฟต์แวร์และสิทธิ์ใช้งาน52.80 (5.6%)
- ค่าบริหารโครงการภายใน30.60 (3.2%)
486.20 + 284.60 + 96.40 + 52.80 + 30.60 = ฿950.60M ✓ · 51.2 + 29.9 + 10.1 + 5.6 + 3.2 = 100.0% ✓ · ค่าบริหารโครงการภายใน ฿30.60M คิดเป็นเพียง 3.2% ของต้นทุนทั้งหมด
ค่าบริหารโครงการภายในเพียง 3.2% ของต้นทุนโครงการดูต่ำผิดปกติสำหรับทีมที่มี 42 คนทำงานโครงการเต็มเวลา — สาเหตุคือเวลาที่ปันเข้าโครงการมาจากใบบันทึกเวลา ซึ่งครอบคลุมเวลาทำงานจริงเพียง 58.4% · เวลาที่ไม่ถูกบันทึกไม่ได้หายไป แต่ไปอยู่ในค่าใช้จ่ายบริหารทั่วไปแทน ทำให้ต้นทุนโครงการดูต่ำกว่าความจริงและกำไรของหน่วยงานอื่นดูแย่กว่าความจริง · ค่าคนที่ควรปันจริงคือ 30.60 ÷ 0.584 = ฿52.40M ขาดไป ฿21.80M · เมื่อรวมเข้าไป ต้นทุนที่แท้จริงเป็น ฿972.40M และดัชนีต้นทุนลดจาก 0.919 เหลือ 0.898 · การแก้ไม่ใช่การบังคับให้ทุกคนบันทึกเวลาให้ครบ ซึ่งไม่เคยได้ผลในองค์กรใด แต่คือปันค่าคนเข้าโครงการตามสัดส่วนที่ตกลงไว้ล่วงหน้า แล้วใช้ใบบันทึกเวลาเป็นข้อมูลเสริม · เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจทางบัญชีที่ต้องทำร่วมกับโมดูล 13 ไม่ใช่การตั้งค่าในระบบโครงการ
เงินที่ผูกพันแล้วแต่ยังไม่จ่าย ฿142.80M ที่ไม่ปรากฏในตัวเลขที่ใช้ไป
| สถานะของเงิน | จำนวน | สัดส่วนของงบ | ปรากฏในดัชนีต้นทุนหรือไม่ | ผลที่ตามมา |
|---|---|---|---|---|
| จ่ายและวางบิลแล้ว | ฿950.60M | 74.0% | ปรากฏ | เป็นฐานของดัชนี 0.919 |
| สั่งซื้อแล้วแต่ยังไม่วางบิล | ฿142.80M | 11.1% | ไม่ปรากฏ | ดัชนีต้นทุนดูดีกว่าความจริง |
| ผูกพันแล้วรวม | ฿1,093.40M | 85.1% | — | ขณะที่คืบหน้า 68.0% |
| ยังไม่ผูกพัน | ฿191.20M | 14.9% | — | เหลือให้ใช้สำหรับงาน 32% ที่เหลือ |
950.60 + 142.80 = ฿1,093.40M = 85.1% ของงบ ฿1,284.60M · ยังไม่ผูกพัน 1,284.60 − 1,093.40 = ฿191.20M = 14.9% · แต่งานที่เหลือคิดเป็น 32.0% ของขอบเขตทั้งหมด
เงินที่เหลือให้ใช้ 14.9% ต้องรองรับงานที่เหลือ 32.0% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เป็นไปไม่ได้ถ้าราคางานที่เหลือใกล้เคียงกับงานที่ทำไปแล้ว — นี่เป็นสัญญาณเตือนที่ตรงกว่าดัชนีต้นทุน เพราะไม่พึ่งการประเมินความคืบหน้าของใครเลย · ใบสั่งซื้อที่ออกแล้วแต่ยังไม่วางบิลเป็นเงินที่ผูกพันตามสัญญาแล้ว ยกเลิกไม่ได้โดยไม่มีค่าเสียหาย การไม่นับรวมทำให้ตัวเลขเงินคงเหลือดูมากกว่าความจริง ฿142.80M · ปัญหานี้เกิดเพราะระบบบัญชีบันทึกเมื่อได้รับใบแจ้งหนี้ ซึ่งถูกต้องตามหลักบัญชี แต่ไม่เหมาะกับการติดตามโครงการ · ระบบจึงดึงข้อมูลใบสั่งซื้อจากโมดูล 08 จัดซื้อจัดจ้างมาแสดงคู่กันเสมอ และแสดงตัวเลขผูกพันเป็นตัวหลักแทนตัวเลขที่จ่ายแล้ว · สำหรับการวางแผนกระแสเงินสด โมดูล 14 ต้องใช้ตัวเลขผูกพัน ไม่ใช่ตัวเลขที่จ่ายแล้ว เพราะ ฿142.80M นี้จะกลายเป็นเงินที่ต้องจ่ายในไม่กี่เดือนข้างหน้าแน่นอน
ดัชนีตารางเวลาและข้อจำกัดของมัน 0.861 — แต่ตั้งอยู่บนตัวเลขเดียวกับดัชนีต้นทุน
| ตัวชี้วัด | ค่า | คำนวณจาก | สิ่งที่บอก | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|---|
| มูลค่างานที่ควรทำได้ตามแผน | ฿1,014.83M | 1,284.60 × 79.0% | แผนบอกว่าถึงวันนี้ควรถึงไหน | แผนอาจถูกปรับมาแล้ว |
| มูลค่างานที่ทำได้จริง | ฿873.53M | 1,284.60 × 68.0% | ความคืบหน้าที่รายงาน | เป็นการรายงานตนเอง |
| ดัชนีตารางเวลา | 0.861 | 873.53 ÷ 1,014.83 | ช้ากว่าแผน 13.9% | ผิดพร้อมดัชนีต้นทุน |
| ดัชนีต้นทุน | 0.919 | 873.53 ÷ 950.60 | แพงกว่าแผน 8.8% | ใช้ตัวเศษเดียวกัน |
ดัชนีตารางเวลาและดัชนีต้นทุนใช้มูลค่างานที่ทำได้ ฿873.53M เป็นตัวเศษทั้งคู่ — ถ้าตัวเลขความคืบหน้า 68.0% สูงเกินจริง ทั้งสองดัชนีจะดูดีเกินจริงพร้อมกันในทิศทางเดียวกัน · นี่เป็นข้อจำกัดของวิธีวัดแบบมูลค่างานที่ทำได้ที่ต้องบอกทุกครั้ง เพราะการเห็นสองดัชนีสอดคล้องกันมักถูกอ่านว่ายืนยันกันเอง ทั้งที่มาจากแหล่งเดียวกัน · ตัวเลขที่ยืนยันได้จริงโดยไม่พึ่งการรายงานคือสัดส่วนเงินที่ผูกพัน 85.1% เทียบกับขอบเขตที่เหลือ 32.0% ซึ่งมาจากใบสั่งซื้อและใบแจ้งหนี้ที่มีเอกสารรองรับ · ระบบจึงแสดงตัวชี้วัดสองชุดคู่กันเสมอ ชุดที่พึ่งการรายงานและชุดที่ไม่พึ่ง · ดัชนีตารางเวลา 0.861 ยังมีข้อจำกัดเพิ่มอีกข้อคือมูลค่างานตามแผนอาจถูกปรับมาแล้ว ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่หน้า 192 พบเรื่องการปรับวันย้อนหลัง 356 ครั้ง
ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · 6 โครงการที่วัดความคืบหน้าจากงานที่ตรวจรับแล้วมีดัชนีต้นทุน 0.874 ส่วน 12 โครงการที่ประเมินเองอยู่ที่ 0.959 ส่วนต่าง 0.085 คือขนาดของอคติในการรายงานที่วัดได้ · ถ้ากลุ่มที่ประเมินเองมีต้นทุนจริงเท่ากับกลุ่มที่วัดได้ การเกินงบจะเป็น ฿185.20M ไม่ใช่ ฿113.22M ต่างกัน ฿71.98M · เงินที่ผูกพันแล้วรวมใบสั่งซื้อที่ยังไม่วางบิลอยู่ที่ 85.1% ของงบ ขณะที่ความคืบหน้าอยู่ที่ 68.0% · ค่าคนภายในถูกปันเข้าโครงการเพียง ฿30.60M เพราะใบบันทึกเวลาครอบคลุมเวลาจริงเพียง 58.4% ต้นทุนที่แท้จริงจึงเป็น ฿972.40M และดัชนีต้นทุนที่แท้จริงคือ 0.898 · ดัชนีต้นทุนและดัชนีตารางเวลาตั้งอยู่บนความคืบหน้าตัวเดียวกัน ถ้าตัวนั้นผิด ทั้งสองผิดพร้อมกัน