ข้อมูลที่จะแก้ปัญหาใหญ่ที่สุดมีอยู่แล้ว 1,624 ฉบับที่ยังไม่ถูกดึงมาใช้
ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุน| กลุ่มโครงการ | โครงการ | เอกสารตรวจรับ | วิธีวัดความคืบหน้าปัจจุบัน | ดัชนีต้นทุน |
|---|---|---|---|---|
| วัดจากงานที่ตรวจรับแล้ว | 6 | 862 | ใช้เอกสารตรวจรับ | 0.874 |
| ประเมินเป็นเปอร์เซ็นต์เอง | 12 | 1,624 | ไม่ใช้เอกสารที่มี | 0.959 |
| รวม | 18 | 2,486 | — | 0.919 |
862 + 1,624 = 2,486 ฉบับ ✓ · 12 โครงการที่ประเมินเองมีเอกสารตรวจรับเฉลี่ยโครงการละ 135 ฉบับ ซึ่งมากกว่ากลุ่มที่วัดจริงที่มีเฉลี่ย 144 ฉบับเพียงเล็กน้อย ปริมาณเอกสารจึงไม่ใช่อุปสรรค
เหตุผลที่ 12 โครงการยังประเมินความคืบหน้าเองไม่ใช่เพราะไม่มีข้อมูล แต่เพราะไม่มีใครเชื่อมข้อมูลตรวจรับเข้ากับงานย่อยในแผน — เอกสารตรวจรับถูกเก็บไว้เพื่อการเบิกจ่ายเงินและการตรวจสอบบัญชี ไม่ได้ถูกออกแบบให้ผูกกับแผนงาน · สิ่งที่ต้องทำคือให้ทุกใบตรวจรับระบุเลขงานย่อยที่มันปิด ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องเดียวในแบบฟอร์ม · เมื่อทำแล้ว ความคืบหน้าจะคำนวณได้เองจากมูลค่างานที่ตรวจรับแล้วหารด้วยมูลค่างานทั้งโครงการ โดยไม่ต้องให้ใครประเมิน · ผลที่ต้องบอกล่วงหน้าคือดัชนีต้นทุนที่รายงานจะตกจาก 0.919 ลงมาใกล้ 0.874 ซึ่งดูเหมือนสถานการณ์แย่ลง ทั้งที่ความจริงไม่ได้เปลี่ยน เพียงแต่วัดตรงขึ้น · ถ้าไม่บอกล่วงหน้า การเปลี่ยนวิธีวัดจะถูกอ่านว่าโครงการแย่ลงในไตรมาสนั้น และคนที่เสนอให้เปลี่ยนจะถูกตำหนิ ซึ่งเป็นเหตุผลที่การเปลี่ยนวิธีวัดในองค์กรมักไม่เกิดขึ้น
เอกสารที่จัดเก็บและระยะเก็บ 15,484 ฉบับต่อปี
| ประเภทเอกสาร | ฉบับต่อปี | ระยะเก็บ | ฐาน | ลบก่อนกำหนดได้หรือไม่ |
|---|---|---|---|---|
| แบบและเอกสารทางเทคนิค | 8,642 | อายุสินทรัพย์ + 5 ปี | ต้องใช้ตอนซ่อมและปรับปรุง | ไม่ได้ |
| เอกสารตรวจรับงาน | 2,486 | 5 ปี | พ.ร.บ. การบัญชี 2543 มาตรา 14 | ไม่ได้ |
| บันทึกการประชุม | 1,872 | ตลอดโครงการ + 3 ปี | หลักฐานการตัดสินใจ | ได้หลังครบกำหนด |
| ใบสั่งซื้อและสัญญาจ้าง | 1,284 | ตลอดอายุสัญญา + 5 ปี | พ.ร.บ. การบัญชี 2543 มาตรา 14 | ไม่ได้ |
| รายงานความคืบหน้ารายสัปดาห์ | 936 | ตลอดโครงการ + 3 ปี | 18 โครงการ × 52 สัปดาห์ | ได้หลังครบกำหนด |
| เอกสารขออนุมัติเปลี่ยนแปลง | 264 | อายุสินทรัพย์ + 5 ปี | เปลี่ยนสิ่งที่คณะกรรมการอนุมัติ | ไม่ได้ |
| รวม | 15,484 |
แบบและเอกสารทางเทคนิคเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดและต้องเก็บนานที่สุด เพราะต้องใช้ตลอดอายุของสินทรัพย์นั้น — เมื่อเครื่องจักรที่ติดตั้งวันนี้ต้องซ่อมในอีกสิบปี ช่างต้องเปิดแบบเดิมดู · โมดูล 16 ซ่อมบำรุงพบว่าเครื่องจักรหลายเครื่องไม่มีแบบให้ดู ซึ่งเป็นผลของโครงการเก่าที่ปิดแล้วโดยไม่ส่งมอบเอกสาร · ระบบจึงกำหนดว่าโครงการจะปิดไม่ได้จนกว่าจะส่งมอบแบบฉบับที่สร้างจริงให้ครบ ไม่ใช่แบบที่ออกแบบไว้ตอนแรก ซึ่งมักต่างกันเพราะมีการแก้ไขระหว่างก่อสร้าง · เอกสารขออนุมัติเปลี่ยนแปลงต้องเก็บเท่ากับอายุสินทรัพย์เช่นกัน เพราะเป็นหลักฐานว่าสิ่งที่สร้างต่างจากที่อนุมัติไว้อย่างไรและใครอนุมัติ · บันทึกการประชุมและรายงานรายสัปดาห์ลบได้หลังครบกำหนด แต่ระบบจะไม่ลบอัตโนมัติ ต้องมีคนสั่งลบและบันทึกไว้ว่าใครสั่ง
แบบที่หน้างานใช้ไม่ตรงฉบับล่าสุด 86 ฉบับ · รื้องานทำใหม่ ฿4.86M
| สาเหตุ | ฉบับ | งานที่ต้องรื้อ | มูลค่า | แก้ได้อย่างไร |
|---|---|---|---|---|
| แบบแก้ไขแล้วแต่ไม่ได้แจ้งหน้างาน | 42 | 7 | ฿2.84M | แจ้งอัตโนมัติเมื่อมีฉบับใหม่ |
| หน้างานพิมพ์เก็บไว้แล้วใช้ฉบับที่พิมพ์ | 28 | 3 | ฿1.42M | ติดรหัสฉบับบนทุกหน้าที่พิมพ์ |
| ผู้รับเหมาได้แบบจากช่องทางอื่น | 16 | 2 | ฿0.60M | ให้ดาวน์โหลดจากระบบเท่านั้น |
| รวม | 86 | 12 | ฿4.86M |
42 + 28 + 16 = 86 ฉบับ ✓ · 7 + 3 + 2 = 12 รายการ ✓ · 2.84 + 1.42 + 0.60 = ฿4.86M ✓ · 86 ÷ 342 = 25.1% ของแบบที่มีการแก้ไข
สาเหตุอันดับหนึ่ง 42 ฉบับคือแบบถูกแก้ไขในระบบแล้วแต่ไม่มีใครบอกหน้างาน ซึ่งแก้ได้ด้วยการแจ้งอัตโนมัติ — เป็นงานที่หน้า 198 จัดไว้ในกลุ่มที่ทำอัตโนมัติเพิ่มได้ · สาเหตุที่สอง 28 ฉบับหนักกว่า เพราะเป็นเรื่องของนิสัยการทำงาน คนหน้างานพิมพ์แบบเก็บไว้ที่ตู้แล้วใช้ฉบับนั้นไปเรื่อย ซึ่งเข้าใจได้เพราะหน้างานไม่มีอินเทอร์เน็ตเสมอไป · ทางแก้ที่ได้ผลจริงคือติดรหัสฉบับและวันที่ขนาดใหญ่บนทุกหน้าที่พิมพ์ พร้อมรหัสให้สแกนตรวจว่าเป็นฉบับล่าสุดหรือไม่ ไม่ใช่การห้ามพิมพ์ · ฿4.86M ที่ต้องรื้อทำใหม่เป็นเงินที่มองเห็นได้ แต่ความเสียหายที่ใหญ่กว่าคือเวลาที่เสียไปซึ่งกินเวลาสำรองของเส้นทางวิกฤต ที่หน้า 192 พบว่าห้าโครงการไม่มีเหลือแล้ว · และในบางกรณีงานที่สร้างตามแบบเก่าไม่ถูกรื้อ แต่ถูกปล่อยไว้และแก้แบบให้ตรงกับของจริงแทน ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายทันทีแต่ทำให้แบบที่ส่งมอบไม่ตรงกับสิ่งที่สร้างจริง
เอกสารขออนุมัติเปลี่ยนแปลงที่ไม่ระบุผลกระทบ 246 จาก 264 ฉบับ
| สิ่งที่เอกสารระบุ | ฉบับ | สัดส่วน | ผลที่ตามมา |
|---|---|---|---|
| ระบุผลต่อทั้งกำหนดเวลาและงบ | 18 | 6.8% | ติดตามได้ว่าโครงการเปลี่ยนไปเท่าไร |
| ระบุผลต่องบอย่างเดียว | 64 | 24.2% | กำหนดเวลาถูกอ่านว่าล่าช้า |
| ระบุผลต่อกำหนดเวลาอย่างเดียว | 38 | 14.4% | งบถูกอ่านว่าใช้เกิน |
| ไม่ระบุผลกระทบเลย | 144 | 54.5% | ทั้งสองอย่างถูกอ่านว่าเป็นความล้มเหลว |
| รวม | 264 | 99.9% |
18 + 64 + 38 + 144 = 264 ฉบับ ✓ · สัดส่วนรวม 99.9% จากการปัดทศนิยม (ค่าจริง 6.82 + 24.24 + 14.39 + 54.55 = 100.00) · เอกสารที่ระบุครบทั้งสองด้าน 6.8%
เมื่อขอบเขตเปลี่ยนโดยไม่บันทึกผลกระทบ ตัวเลขความล่าช้าและการใช้เงินเกินจะรวมสองเรื่องที่ต่างกันสิ้นเชิงไว้ด้วยกัน — คืองานที่ทำช้ากว่าที่ควร กับงานที่เพิ่มขึ้นจากที่ตกลงไว้ · ผลคือทีมที่รับงานเพิ่มโดยไม่ต่อรองเวลาจะถูกวัดว่าทำงานแย่ ซึ่งทำให้ครั้งต่อไปทีมจะปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง แม้เป็นการเปลี่ยนที่จำเป็น · หน้า 190 พบว่ามี 4 จาก 18 โครงการที่ขอบเขตเปลี่ยนโดยไม่มีการปรับกำหนดเวลาตาม ซึ่งเป็นอาการของปัญหาเดียวกันนี้ · ทางแก้คือบังคับให้ทุกเอกสารขออนุมัติเปลี่ยนแปลงต้องกรอกผลต่อกำหนดเวลาและงบก่อนจึงจะส่งได้ ซึ่งเป็นการตรวจในแบบฟอร์ม ไม่ใช่การเพิ่มขั้นตอน · ถ้าผลกระทบเป็นศูนย์ก็กรอกศูนย์ แต่ต้องมีคนคิดและระบุ · ระบบยังไม่บังคับข้อนี้ เพราะเป็นการเปลี่ยนที่กระทบวิธีทำงานของทุกโครงการพร้อมกัน ต้องมีการอนุมัตินโยบายก่อน
สิ่งที่คลังเอกสารนี้ยังทำไม่ได้ ช่องว่างที่ต้องบอกก่อนใช้งาน
ช่องว่างที่มีผลมากที่สุดคือการผูกใบตรวจรับกับเลขงานย่อย ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องเดียวในแบบฟอร์มแต่แก้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของทั้งโมดูล — คือทำให้ความคืบหน้าวัดได้แทนที่จะประเมิน · สามช่องว่างที่เหลือเป็นเรื่องนโยบายและวิธีทำงาน ไม่ใช่เรื่องระบบ ระบบทำได้ทันทีเมื่อมีการตัดสินใจ · การส่งมอบแบบฉบับที่สร้างจริงให้โมดูล 16 เป็นเรื่องที่ควรทำก่อนโครงการปิด ไม่ใช่หลังจากนั้น เพราะเมื่อโครงการปิดแล้วทีมจะแยกย้ายและไม่มีใครรู้ว่าแบบไหนตรงกับของจริง · ปัจจุบันโครงการที่ปิดไปแล้ว 25 โครงการปีนี้ มี 9 โครงการที่ยังไม่ส่งมอบแบบฉบับที่สร้างจริง ซึ่งเป็นหนี้ที่จะไปโผล่ในโมดูลซ่อมบำรุงในอีกหลายปีข้างหน้า
ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · เอกสารตรวจรับงานของ 12 โครงการที่ประเมินความคืบหน้าเองมีอยู่ครบ 1,624 ฉบับในคลังนี้แล้ว ข้อมูลที่จะทำให้วัดความคืบหน้าได้จริงจึงมีอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ถูกดึงมาใช้ ซึ่งเป็นต้นเหตุของส่วนต่างดัชนีต้นทุน 0.085 ในหน้า 193 · แบบที่หน้างานใช้ไม่ตรงกับฉบับล่าสุด 86 ฉบับจาก 342 ฉบับที่มีการแก้ไข ทำให้ต้องรื้องานทำใหม่ 12 รายการ มูลค่า ฿4.86M · เอกสารขออนุมัติเปลี่ยนแปลง 93.2% ไม่ระบุผลกระทบต่อกำหนดเวลาและงบประมาณ ทำให้โครงการดูล่าช้าทั้งที่ทำงานมากขึ้น · แบบและเอกสารทางเทคนิคของสินทรัพย์ต้องเก็บตลอดอายุใช้งานบวกอีก 5 ปี ระบบไม่ให้ลบก่อนครบกำหนด